<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิธีลดความอ้วน สูตรอาหารลดความอ้วน สูตรลดน้ำหนัก &#187; สูตรลดความอ้วน</title>
	<atom:link href="http://diet.classyinlove.com/index.php/category/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://diet.classyinlove.com</link>
	<description>สาระดีๆ ในการลดความอ้วนอย่างมีหลักการและปลอดภัย</description>
	<lastBuildDate>Mon, 16 Nov 2009 09:50:40 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>สูตรลดความอ้วนด้วยกระหล่ำปลี</title>
		<link>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab.html</link>
		<comments>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2009 07:45:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สูตรลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[กระหล่ำปลีลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[ผอม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://diet.classyinlove.com/?p=192</guid>
		<description><![CDATA[เชื่อไหมคะว่าผักธรรมดาๆ อย่างกระหล่ำปลี ก็เป็นสูตรลดความอ้วนชั้นดี ของคนอยากผอมเลยนะคะ? ไม่ต้องไปง้อ ยาลดความอ้วนเลยค่ะ ข้อมูลนี้คัดมาจาก นิตยสารชีวจิตเล่มล่าสุดเลย ไปดูกันค่ะ
&#8221; เมื่อไม่นานมานี้สาวๆ ที่กำลังลดความอ้วน คงได้ยินข่าวเกี่ยวกับยาลดความอ้วนที่อันตรายถึงชีวิต
นี่เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งว่า การลดความอ้วนแบบธรรมชาตินั้นปลอดภัยที่สุด วันนี้เรามีผักแสนอร่อยที่ช่วยควบคุมน้ำหนักมาแนะนำค่ะ
ผักที่ว่านี้คือกระหล่ำปลีแบบบ้านๆ ของเรานี่เองเพราะล่าสุด มีงานวิจัยสนับสนุนว่ากระหล่ำปลีมีกรดทาร์ทาริก ช่วยยับยั้งขัดขวางไม่ให้น้ำตาลและแป้งกลายไปเป็นไขมัน จึงช่วยลดน้ำหนักได้
วิธีปรุง อาจรับประทานเป็นผักสลัดแถมกระหล่ำปลีดิบ ยังมีวิตามินซีสูงด้วย หากปรุงควรปรุงด้วยการนึ่ง อบ หรือผัด จะช่วยคงคุณค่าของสารอาหารไว้ได้ดีที่สุด
อย่างไรก็ตามควรรับประทานแต่พอเหมาะ เพราะการรับประทานกระหล่ำปลีมากเกินไปอาจจะทำให้มีปัญหาเรื่องต่อมไทรอยด์ได้ &#8221;
สาวๆ รู้ประโยชน์ของกระหล่ำปลีแบบนี้แล้ว มื้อหน้าจะพลาดได้ไง จริงไหมคะ นึกถึงกระหล่ำปลีนึ่งกับน้ำพริกปลาทูขึ้นมาทีเดียว อิอิ
ขอบคุณข้อมูลจากชีวจิตค่ะ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignright" title="กระหล่ำปลีลดความอ้วน" src="http://img199.imageshack.us/img199/6172/cabbagecleanfdlg.jpg" alt="" width="230" />เชื่อไหมคะว่าผักธรรมดาๆ อย่างกระหล่ำปลี ก็เป็นสูตรลดความอ้วนชั้นดี ของคนอยากผอมเลยนะคะ? ไม่ต้องไปง้อ ยาลดความอ้วนเลยค่ะ ข้อมูลนี้คัดมาจาก นิตยสารชีวจิตเล่มล่าสุดเลย ไปดูกันค่ะ</p>
<p>&#8221; เมื่อไม่นานมานี้สาวๆ ที่กำลังลดความอ้วน คงได้ยินข่าวเกี่ยวกับยาลดความอ้วนที่อันตรายถึงชีวิต</p>
<p>นี่เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งว่า การลดความอ้วนแบบธรรมชาตินั้นปลอดภัยที่สุด วันนี้เรามีผักแสนอร่อยที่ช่วยควบคุมน้ำหนักมาแนะนำค่ะ</p>
<p>ผักที่ว่านี้คือกระหล่ำปลีแบบบ้านๆ ของเรานี่เองเพราะล่าสุด มีงานวิจัยสนับสนุนว่ากระหล่ำปลีมีกรดทาร์ทาริก ช่วยยับยั้งขัดขวางไม่ให้น้ำตาลและแป้งกลายไปเป็นไขมัน จึงช่วยลดน้ำหนักได้</p>
<p>วิธีปรุง อาจรับประทานเป็นผักสลัดแถมกระหล่ำปลีดิบ ยังมีวิตามินซีสูงด้วย หากปรุงควรปรุงด้วยการนึ่ง อบ หรือผัด จะช่วยคงคุณค่าของสารอาหารไว้ได้ดีที่สุด</p>
<p>อย่างไรก็ตามควรรับประทานแต่พอเหมาะ เพราะการรับประทานกระหล่ำปลีมากเกินไปอาจจะทำให้มีปัญหาเรื่องต่อมไทรอยด์ได้ &#8221;</p>
<p>สาวๆ รู้ประโยชน์ของกระหล่ำปลีแบบนี้แล้ว มื้อหน้าจะพลาดได้ไง จริงไหมคะ นึกถึงกระหล่ำปลีนึ่งกับน้ำพริกปลาทูขึ้นมาทีเดียว อิอิ</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจากชีวจิตค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สูตรลดความอ้วน หุ่นดี ไม่มี Yoyo</title>
		<link>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%84%e0%b8%a1.html</link>
		<comments>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%84%e0%b8%a1.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2009 07:06:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สูตรลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[yoyo effect]]></category>
		<category><![CDATA[ควบคุมน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[ซุปลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://diet.classyinlove.com/?p=189</guid>
		<description><![CDATA[สูตรลดความอ้วนเปรียบเหมือนเสื้อโหล ใน 100 คนจะมี 1 คนที่ใช้ได้ผล คุณอาจจะเคยได้เห็น หรือเคยได้รับคำแนะนำ ในการลดน้ำหนักหลายหลากแนวทาง และนี่คือ 2 สูตรลดน้ำหนักยอดนิยม ที่ได้รับการเผยแพร่ และปฏิบัติตามเป็นจำนวนมาก หลายคนก็บอกว่าดี เห็นผลจริง แต่ถ้าถามต่อไปว่า ทุกวันนี้ยังทำตามสูตรอยู่หรือไม่ ร้อยทั้งร้อยตอบว่าเลิกไปแล้วด้วยสารพัดเหตุผล
เรามาดูกันว่าสูตรลดน้ำหนักทั้งสองสูตรเวิร์ค หรือไม่พร้อมบอกเคล็ดลับสูตรลดน้ำหนัก ที่ได้ผลจริงและไม่มีผลต่อการกลับมาอ้วนอีก จากคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคอ้วน

สูตรที่ 1 สูตรกาแฟดำ
วันที่ 1
มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือโยเกิร์ต
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง
มื้อเย็น : สลัดผัก
วันที่ 2
มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง
มื้อเย็น : โยเกิร์ต
วันที่ 3
มื้อเช้า : โยเกิร์ตหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู
มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น
วันที่ 4
มื้อเช้า : ขนมปัง 1 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สูตรลดความอ้วนเปรียบเหมือนเสื้อโหล ใน 100 คนจะมี 1 คนที่ใช้ได้ผล คุณอาจจะเคยได้เห็น หรือเคยได้รับคำแนะนำ ในการลดน้ำหนักหลายหลากแนวทาง และนี่คือ 2 สูตรลดน้ำหนักยอดนิยม ที่ได้รับการเผยแพร่ และปฏิบัติตามเป็นจำนวนมาก หลายคนก็บอกว่าดี เห็นผลจริง แต่ถ้าถามต่อไปว่า ทุกวันนี้ยังทำตามสูตรอยู่หรือไม่ ร้อยทั้งร้อยตอบว่าเลิกไปแล้วด้วยสารพัดเหตุผล</p>
<p>เรามาดูกันว่าสูตรลดน้ำหนักทั้งสองสูตรเวิร์ค หรือไม่พร้อมบอกเคล็ดลับสูตรลดน้ำหนัก ที่ได้ผลจริงและไม่มีผลต่อการกลับมาอ้วนอีก จากคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคอ้วน<br />
<img class="alignright" title="สูตรหุ่นสวย สุขภาพดี" src="http://1.bp.blogspot.com/_g56YkTApYso/RzEuU61CgxI/AAAAAAAAAkU/kRQFIkNTWYI/s400/ist2_3436560_beautiful_fit_body.jpg" alt="" width="342" height="229" /><br />
สูตรที่ 1 สูตรกาแฟดำ<br />
วันที่ 1<br />
มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือโยเกิร์ต<br />
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง<br />
มื้อเย็น : สลัดผัก</p>
<p>วันที่ 2<br />
มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม<br />
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง<br />
มื้อเย็น : โยเกิร์ต</p>
<p>วันที่ 3<br />
มื้อเช้า : โยเกิร์ตหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม<br />
มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู<br />
มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น</p>
<p>วันที่ 4<br />
มื้อเช้า : ขนมปัง 1 แผ่น น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม<br />
มื้อกลางวัน : สลัดผักและไก่ย่าง 1 ชิ้น<br />
มื้อเย็น : โยเกิร์ต</p>
<p>วันที่ 5<br />
มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม<br />
มื้อกลางวัน : ส้มตำและไก่ย่าง 1 ชิ้น<br />
มื้อเย็น : สลัดผัก</p>
<p>วันที่ 6<br />
มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม<br />
มื้อกลางวัน : ปลานึ่งหรือปลาเผา<br />
มื้อเย็น : นมสด</p>
<p>วันที่ 7<br />
มื้อเช้า : ข้าวสวย 1 ทัพพี และหมูย่าง 1 ชิ้น หรือข้าวสวย 1 ทัพพี และไข่ต้ม 1 ฟอง<br />
มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู<br />
มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น</p>
<p>สูตรที่ 2 สูตรซุปผัก</p>
<p>วันที่  1<br />
ทานผลไม้ได้ทุกชนิด (ยกเว้นกล้วย ทุเรียน ผลไม้ที่มีรสหวานจัด) เท่าที่ต้องการ ทานซุปทั้ง 3 มื้อและดื่มน้ำมากๆ</p>
<p>วันที่ 2<br />
ทานผักทุกชนิด ทานซุปกับมันฝรั่งต้มหรืออบใส่เนย และดื่มน้ำตามมากๆ (ห้ามทานผลไม้)</p>
<p>วันที่ 3<br />
วันนี้ให้ผสมวันที่ 1-2 เข้าด้วยกัน คือทั้งผักและผลไม้ ซุป และดื่มน้ำตามมากๆ</p>
<p>วันที่ 4<br />
ทานกล้วย (ไม่เกิน 8 ลูก) ดื่มนมพร่องมันเนยได้ตามต้องการ ทานซุปและดื่มน้ำตามมากๆ<br />
วันที่ 5<br />
ทานเนื้อหมูหรือเนื้อวัว 250-500 กรัม (ทานเนื้อไก่ก็ได้ เพราะร่างกายต้องการโปรตีนจากเนื้อสัตว์) ทานมะเขือเทศอย่างน้อย 6 ผล ซุป 1 ครั้ง และดื่มน้ำตามมากๆ</p>
<p>วันที่ 6<br />
ทานปลาและผัก (ยกเว้นมันฝรั่ง) ทานซุป และดื่มน้ำมากๆ</p>
<p>วันที่ 7<br />
ทานผักได้ทุกชนิดกับข้าวซ้อมมือ (ยกเว้นมันฝรั่ง) ทานซุป และดื่มน้ำตามมากๆ</p>
<p>วิธีการปรุงซุปผัก<br />
ส่วนผสม<br />
กะหล่ำปลีหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 1 หัว<br />
พริกตุ้มหวานหั่นพอดีคำ 2 เม็ด<br />
มะเขือเทศสดต้มหั่นพอดีคำ 4 ลูก<br />
แครอทหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า หรือเป็นเเส้นฝอยๆ 3 หัว<br />
ต้นหอมซอย 1 กำ<br />
หอมใหญ่ หรือเซอเลอรี 1 กำ<br />
ซุปก้อนหมู ไก่ 1 ก้อน<br />
เกลือ พริกไทย พริกขี้หนู ใบโหระพา<br />
วิธีทำ<br />
ใส่ผักทุกชนิดลงไป ยกเว้นมะเขือเทศ ใส่น้ำ 12 ถ้วย ตั้งไฟต้นจนเดือด ใส่มะเขือเทศ ซุปก้อน (ถ้าชอบรสเผ็ดให้ใส่พริกขี้หนู) ใส่ใบโหระพา ปิดฝา ใช้ไฟอ่อน แล้วต้มต่อไปจนผักนุ่มประมาณ</p>
<p>1/2-2 ชม. ค่อยเติมพริกไทย เกลือตามชอบ</p>
<p>นายแพทย์กฤษดา  ศิรามพุช อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคอ้วนให้ข้อความรู้เรื่องลดน้ำหนักจากสูตรข้างต้นไว้ว่า<br />
&#8220;เมื่อพิจารณาจาก 2 สูตรลดน้ำหนักนี้แล้ว จะเห็นว่ามื้อเช้าเค้าจะให้ดื่มชา กาแฟ โยเกิร์ต หรือซุปผักแทนอาหาร ซึ่งมีค่าน้ำตาลต่ำมากๆ ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานปริมาณน้อยตามไปด้วย ดังนั้นเมื่อ</p>
<p>ถึงมื้อกลางวันคุณอาจจะรู้สึกโหยและอ่อนเพลียได้ และถ้าร่างกายคุณคุ้นเคยกับการกินมื้อเย็น พออดอาหารมื้อเย็นก็อาจจะเกิดอาการหน้ามืด ตัวลอยๆ ได้ สิ่งที่จะตามมาอีกอย่างคือ ความเครียด เพราะร่าง</p>
<p>กายคุณเผาผลาญน้ำตาลเพื่อให้ได้พลังงานมาต่อสู้กับความเครียด นอกจากนี้อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการกิน คือกินมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อชดเชยในส่วนที่ขาดหายไป อาการดังกล่าวอาจจะแก้ได้โดยการดื่ม</p>
<p>น้ำให้เพียงพอ ประมาณ 8 แก้วต่อวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายไม่โหยจนเกินไป และน้ำยังช่วยระบายความร้อนในร่างกาย คนที่ลดความอ้วนโดยไม่ดื่มน้ำจะทำให้ลดยาก ถ้าคุณหนักโหมในการลดน้ำหนัก</p>
<p>อาจจะทำให้เกิดปฏิกริยา Yoyo effect (ปฏิกริยาการกลับมามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลังการลดน้ำหนัก) ได้ การควบคุมน้ำหนักที่ได้ผลควรมีหลักการดังนี้&#8221;</p>
<p><strong>หัวใจ 3 ประการในการควบคุมน้ำหนัก</strong><br />
1. กินอาหารโดยการจำกัดปริมาณ เพื่อลดพลังงานที่ได้รับจากอาหารลงจากเดิมร้อยละ 40 แต่ต้องได้รับสารอาหารเพียงพอ นอกจากน้ำหนักจะลดแล้ว ยังชะลอความชราได้ ด้วยตามหลักของ</p>
<p>anti-aging medicine<br />
2. อาหารมื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญ หลัง 6 โมงเย็นควรงดอาหาร<br />
3. ออกกำลังกายแบบ interval training จะช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีและทำให้ปอดกับหัวใจสร้างเส้นเลือดฝอย (Capillary) มากขึ้น โดยการออกกำลังกายแบบนี้ถือเป็น</p>
<p>การออกกำลังกายแบบแบ่งช่วง ประกอบด้วยการออกกำลังกายอย่างหนักช่วงหนึ่ง สลับด้วยช่วงผ่อนให้เบาลงมาเหมือนเล่นจังหวะกับร่างกาย (Speed play or fartlek) เมื่อออก</p>
<p>กำลังกายแบบแบ่งช่วงบ่อยๆ ร่างกายจะชินและปรับตัวโดยการสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ๆ เพื่อให้จ่ายออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อได้ดีขึ้นส่วนกล้ามเนื้อจะพัฒนาตัวให้มีความทนต่อกรดแลคติคได้สูงขึ้น แข็ง</p>
<p>แรงขึ้น โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ นอกจากนั้นผลพลอยได้ที่คุณได้รับเพิ่มคือ ทำให้ร่างกายองคุณไม่เสื่อมเร็วจากการออกกำลังกายหนักๆ อย่างต่อเนื่องและไม่เบื่อหน่ายที่จะต้องออกกำลังกายซ้ำซากด้วย</p>
<p>ข้อสำคัญในการลดน้ำหนักคือ คุณต้องรู้ก่อนว่าตลอดทั้งวันคุณต้องใช้พลังงานในการทำงาน แม้กระทั่งนั่งนิ่งๆ ก็ต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนไม่น้อย คนที่รับประทานอาหารเช้าสม่ำเสมอ มักจะเป็นคนที่</p>
<p>อารมณ์ดี มีใบหน้าสดชื่นแจ่มใส สำหรับคนที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้าจะรู้สึกง่วงนอน อ่อนเพลีย ไม่กระปรี้กระเปร่า เรียนหรือทำงานไม่รู้เรื่อง ไม่มีความสุขกับการทำงาน หากทำเป็นประจำโดยอด</p>
<p>อาหารเช้าติดต่อกันหลายวันอาจทำให้เกิดปัญหากับระดับน้ำตาลในเลือด ต้นเหตุของเบาหวานและโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ<br />
คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า ไม่กินข้าวเช้าก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็กินมื้อกลางวัน มื้อเย็น ทดแทนให้มากขึ้น แต่คุณรู้ไหมว่านิสัยการกินแบบนี้จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องอ้วนตามมาจากการกินอาหารมื้อเย็นหนัก</p>
<p>เนื่องจากร่างกายไม่ได้นำพลังงานจากอาหารไปใช้เมื่อเข้านอน<br />
คนรุ่นใหม่มักจะดื่มกาแฟมื้อเช้าเพื่อรองท้อง ก่อนกินอาหารมื้อเที่ยง อยากแนะนำให้ดื่มกาแฟกับแซนวิช 1 คู่ หรือข้าวเหนียวหมูปิ้งก็ได้ เพราะแซนวิช ข้าวเหนียวหมูปิ้ง มีส่วนประกอบของไขมัน แป้ง</p>
<p>โปรตีน ผัก ส่วนมื้อกลางวันอาจจะทานข้าวผัดผักกับปลาทอด ขณะที่มื้อเย็นควรเป็นมื้อเบาเพราะร่างกายใช้พลังงานน้อย<br />
อยากให้คุณท่องให้ขึ้นใจว่าอาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด ที่มาหล่อเลี้ยงร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรง ดังนั้นควรรับประทานอาหารเช้าแบบครบทุกหมู่ อาหารกลางวันพอประมาณ ส่วนอาหารเย็นนั้นงดได้ก็</p>
<p>งด หรือเปลี่ยนเป็นสลัดผักน้ำใสหรือผลไม้ที่มีกากใยเพิ่มมากขึ้น หลีกเลี่ยงแป้งกับน้ำตาลฟอปขาว แล้วอย่าลืมออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30-40 นาที หากใครปฏิบัติได้จะเป็นผู้ที่มี</p>
<p>สุขภาพแข็งแรงแล้ะมีอายุยืนยาว&#8221; ?คุณหมอเจ้าของผลงานอายุยืนยาว กำหนดได้กล่าวปิดท้าย</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจากนิตยสารใกล้หมอ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%84%e0%b8%a1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สูตรลดความอ้วนและสมุนไพรลดความอ้วน</title>
		<link>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84.html</link>
		<comments>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Dec 2008 03:38:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สูตรลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรลดน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://diet.classyinlove.com/?p=148</guid>
		<description><![CDATA[อาหารสูตรลดความอ้วนและสมุนไพรไทยลดความอ้วน ลดน้ำหนักที่มีประโยชน์ นำมาฝากกันค่ะ สามารถนำไปทำอาหารหรือเครื่องดื่มลดความอ้วนได้ ช่วยลดน้ำหนักได้ดีทีเดียวค่ะ
สูตรที่1
ทานอาหารเช้าตามปกติ ข้าว 1 ทัพพี
ทานอาหารกลางวันกับข้าวไม่ทอด ไม่ผัด
มื้อเย็น ให้รับประทานผลไม้อย่างใดอย่างหนึ่ง
ใน 4 อย่างนี้ กล้วย ฝรั่ง แอปเปิ้ล มะละกอ
จะรับประทานด้วยวิธีการนั้นเป็นน้ำผลไม้ก็ไต้ณต่ไม่ควรเติมน้ำตาล
สูตรทื่ 2
เช้า ผลไม้ใน 4 อย่าง
กลางวัน อาหารตามปกติ
เย็น ผลไม้ใน 4 อย่าง หรือผักต้ม
หมายเหตุ
- ผลไม้ห้ามเปลี่ยนชนิด
- ดื่มน้ำก่อนอาหาร 2 แก้ว / 1 วัน ต่อน้ำ 2 ลิตร
- งด อาหารหวาน มัน ทอด น้ำอัดลม
สมุนไพรที่ช่วยเสริมในการลดน้ำหนักให้ได้ผลดียิ่งขึ้น
สมุนไพรที่ใช้เสริมอาจเป็นตัวเดียว หรือเป็นสูตรก็ได้ ส่วนมากมักใช้ในการช่วยระบายของเสีย คือ เน้นขับถ่าย และช่วยในการเผาผลาญ เช่น
พริกไทยดำ ช่วยเร่งการเผาผลาญขณะนอนหลับ
สัมแขก ทานก่อนอาหาร ช่วยดักจับไขมัน เป็นยาระบาย
ดอกคาฝอย ช่วยลดคลอเรสเตอรอล ทำให้เลือดสะอาด
หัวบุก ฟวยทำให้ช่องว่างในกระเพาะแคบลง อิ่มเร็วขึ้น ลดน้ำหนัก
บอระเพ็ด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อาหารสูตรลดความอ้วนและสมุนไพรไทยลดความอ้วน ลดน้ำหนักที่มีประโยชน์ นำมาฝากกันค่ะ สามารถนำไปทำอาหารหรือเครื่องดื่มลดความอ้วนได้ ช่วยลดน้ำหนักได้ดีทีเดียวค่ะ</p>
<h2>สูตรที่1</h2>
<p>ทานอาหารเช้าตามปกติ ข้าว 1 ทัพพี<br />
ทานอาหารกลางวันกับข้าวไม่ทอด ไม่ผัด<br />
มื้อเย็น ให้รับประทานผลไม้อย่างใดอย่างหนึ่ง<br />
ใน 4 อย่างนี้ กล้วย ฝรั่ง แอปเปิ้ล มะละกอ<br />
จะรับประทานด้วยวิธีการนั้นเป็นน้ำผลไม้ก็ไต้ณต่ไม่ควรเติมน้ำตาล</p>
<h2>สูตรทื่ 2</h2>
<p>เช้า ผลไม้ใน 4 อย่าง<br />
กลางวัน อาหารตามปกติ<br />
เย็น ผลไม้ใน 4 อย่าง หรือผักต้ม</p>
<h3>หมายเหตุ</h3>
<p>- ผลไม้ห้ามเปลี่ยนชนิด<br />
- ดื่มน้ำก่อนอาหาร 2 แก้ว / 1 วัน ต่อน้ำ 2 ลิตร<br />
- งด อาหารหวาน มัน ทอด น้ำอัดลม</p>
<h2>สมุนไพรที่ช่วยเสริมในการลดน้ำหนักให้ได้ผลดียิ่งขึ้น</h2>
<p>สมุนไพรที่ใช้เสริมอาจเป็นตัวเดียว หรือเป็นสูตรก็ได้ ส่วนมากมักใช้ในการช่วยระบายของเสีย คือ เน้นขับถ่าย และช่วยในการเผาผลาญ เช่น<br />
<strong>พริกไทยดำ</strong> ช่วยเร่งการเผาผลาญขณะนอนหลับ<br />
<strong>สัมแขก</strong> ทานก่อนอาหาร ช่วยดักจับไขมัน เป็นยาระบาย<br />
<strong>ดอกคาฝอย</strong> ช่วยลดคลอเรสเตอรอล ทำให้เลือดสะอาด<br />
<strong>หัวบุก</strong> ฟวยทำให้ช่องว่างในกระเพาะแคบลง อิ่มเร็วขึ้น ลดน้ำหนัก<br />
<strong>บอระเพ็ด </strong>บำรุงร่างกาย ไม่อ่อนเพลีย บำรุงน้ำดี ช่วยย่อย<br />
<strong>เปลือกมะรุม</strong> ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ<br />
<strong>สมอไทย</strong> ช่วยระบายอ่อนๆ ปรับธาตุ<br />
<strong>สีเสียดเทศ </strong>ฝาด สมาน รักษาเเผล ปิดธาตุ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สูตรลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ด้วยเม็ดแมงลัก</title>
		<link>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7.html</link>
		<comments>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 27 Nov 2008 05:36:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สูตรลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรลดน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://diet.classyinlove.com/?p=124</guid>
		<description><![CDATA[แมงลัก (HOARY BASIL)
เป็นพืชล้มลุก ที่มีสรรพคุณเป็นยาช่วยขับลม แก้ท้องผูก ช่วยระบาย เม็ดแมงลักมีสีดำ หาซื้อได้ง่ายทั่วไปตามท้องตลาด? เปลือกของเม็ดแมงลักคือส่วนที่พองน้ำสีเทาๆฟ้าๆ มีสารเมือกชื่อ มิวซิเลท ซึ่งพองน้ำได้ถึง 45 เท่า ซึ่งจะเข้าไปในกระเพาอาหารและทำให้ทานอาหารได้น้อยลง อิ่มเร็วขึ้น และขับถ่ายได้ทุกวัน ไม่สะสมของเสีย
นอกจากนั้น เม็ดแมงลักยังช่วยจับไขมัน ช่วยลดไขมัน ลดคอเรสเตอรอลในเลือด มีประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ และความดันโลหิตสูง
สูตรลดน้ำหนัก ด้วยเม็็ดแมงลัก สำหรับ 1 ที่
เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา กับน้ำร้อน 1 แก้ว ทิ้งไว้ให้พองตัวเต็มที่ ประมาณ 30-45 นาที รับประทานก่อนอาหารหรือก่อนนอน ทานวันละ 1 ครั้ง
เม็ดแมงลักที่รับประทาน จะต้องให้พองตัวแล้วเต็มที่จริงๆ เท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะทำให้ท้องผูกได้ เนื่องจากเม็ดแมงลัก จะไปดูดน้ำต่อในร่างกาย
เป็นสูตรลดน้ำหนัก ลดความอ้วน สูตรง่ายๆ ราคาถูกที่น่าลองอีกสูตร ถึงจะยุ่งยากนิดนึงแต่ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะคะ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignright" style="margin: 15px;" title="ลดน้ำหนักด้วยเม็ดแมงลัก" src="http://www.geocities.com/gar_hnun/water-image-19.jpg" alt="" width="180" height="240" /><strong>แมงลัก (HOARY BASIL)</strong></p>
<p>เป็นพืชล้มลุก ที่มีสรรพคุณเป็นยาช่วยขับลม แก้ท้องผูก ช่วยระบาย เม็ดแมงลักมีสีดำ หาซื้อได้ง่ายทั่วไปตามท้องตลาด? เปลือกของเม็ดแมงลักคือส่วนที่พองน้ำสีเทาๆฟ้าๆ มีสารเมือกชื่อ มิวซิเลท ซึ่งพองน้ำได้ถึง 45 เท่า ซึ่งจะเข้าไปในกระเพาอาหารและทำให้ทานอาหารได้น้อยลง อิ่มเร็วขึ้น และขับถ่ายได้ทุกวัน ไม่สะสมของเสีย</p>
<p>นอกจากนั้น เม็ดแมงลักยังช่วยจับไขมัน ช่วยลดไขมัน ลดคอเรสเตอรอลในเลือด มีประโยชน์ต่อผู้ที่เป็น<a href="http://diet.classyinlove.com/index.php/tag/โรคอ้วน">โรคอ้วน</a> เบาหวาน หัวใจ และความดันโลหิตสูง</p>
<p><strong><a href="http://diet.classyinlove.com/index.php/tag/สูตรลดน้ำหนัก">สูตรลดน้ำหนัก</a> ด้วยเม็็ดแมงลัก สำหรับ 1 ที่</strong></p>
<p>เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา กับน้ำร้อน 1 แก้ว ทิ้งไว้ให้พองตัวเต็มที่ ประมาณ 30-45 นาที รับประทานก่อนอาหารหรือก่อนนอน ทานวันละ 1 ครั้ง</p>
<p>เม็ดแมงลักที่รับประทาน จะต้องให้พองตัวแล้วเต็มที่จริงๆ เท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะทำให้ท้องผูกได้ เนื่องจากเม็ดแมงลัก จะไปดูดน้ำต่อในร่างกาย</p>
<p>เป็น<a title="สูตรลดน้ำหนัก" href="http://diet.classyinlove.com/index.php/tag/สูตรลดน้ำหนัก" target="_blank">สูตรลดน้ำหนัก</a> <a href="http://diet.classyinlove.com/index.php/tag/ลดความอ้วน">ลดความอ้วน</a> สูตรง่ายๆ ราคาถูกที่น่าลองอีกสูตร ถึงจะยุ่งยากนิดนึงแต่ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะคะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อ้วนลงพุงทำสมองเสื่อม</title>
		<link>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1.html</link>
		<comments>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Oct 2008 02:09:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผลเสียของความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรอาหารลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรอาหารลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[โรคอ้วน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://diet.classyinlove.com/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[เป็นที่ทราบกันดีว่าความอ้วนเป็นบ่อเกิดของสารพัดโรคร้ายในระยะยาว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น
แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า คนอ้วนลงพุงยังมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ
คณะนักวิจัยของบริษัท Kaise Permanente ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร ผู้ให้บริการดูแลสุขภาพ ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา เปิดเผยผลวิจัยในวารสาร Neurology ของสหรัฐอเมริกา โดยศึกษากลุ่มตัวอย่างที่ มี อายุระหว่าง 40-45 ปี จำนวน 61583 คน พบว่า ผู้มีรอบเอวใหญ่ ในวัย 40 ปีขึ้นไปมีความเพียงเป็นโรคสมองเสื่อม (dementia) เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ มากขึ้นถึง 3 เท่าตัว

นักวิจัยได้ศึกษาและติดตามกลุ่มตัวอย่างข้างต้น เป็นเวลานานจนถึงวัย 70 ปี เพื่อดูความเจ็บป่วยเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ซึ่งผลที่ได้พบว่า ความอ้วนมีส่วนสัมพันธ์กับโรคสมองเสื่อม ดังต่อไปนี้
ประการแรก คือ ร้อยละ 20 ของผู้ที่มีขนาดเอวใหญ่ที่สุดมีความเสี่ยงเป็นโรค
สมองเสื่อมเมื่อเข้าสูู่วัยสูงอายุ ได้สูงกว่าคนที่มีขนาดเอวเล็กที่สุด ถึงร้อยละ 270
ถ้านำดัชนีมวลกาย หรือ BMI (Body Mass lndex) มาคำนวณด้วย (โดยเอาน้ำหนัก
ตัวหน่วยเป็นกิโลกรัม หารด้วยความสูงหน่วยเป็นเมตรยกกำลังสอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นที่ทราบกันดีว่าความอ้วนเป็นบ่อเกิดของสารพัดโรคร้ายในระยะยาว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น<br />
แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า คนอ้วนลงพุงยังมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ<br />
คณะนักวิจัยของบริษัท Kaise Permanente ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร ผู้ให้บริการดูแลสุขภาพ ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา เปิดเผยผลวิจัยในวารสาร Neurology ของสหรัฐอเมริกา โดยศึกษากลุ่มตัวอย่างที่ มี อายุระหว่าง 40-45 ปี จำนวน 61583 คน พบว่า ผู้มีรอบเอวใหญ่ ในวัย 40 ปีขึ้นไปมีความเพียงเป็นโรคสมองเสื่อม (dementia) เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ มากขึ้นถึง 3 เท่าตัว<br />
<a href="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/e0b8ade0b989e0b8a7e0b899e0b8a5e0b887e0b89ee0b8b8e0b887.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-25" title="อ้วนลงพุง" src="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/e0b8ade0b989e0b8a7e0b899e0b8a5e0b887e0b89ee0b8b8e0b887-238x300.jpg" alt="" width="238" height="300" /></a><br />
นักวิจัยได้ศึกษาและติดตามกลุ่มตัวอย่างข้างต้น เป็นเวลานานจนถึงวัย 70 ปี เพื่อดูความเจ็บป่วยเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ซึ่งผลที่ได้พบว่า ความอ้วนมีส่วนสัมพันธ์กับโรคสมองเสื่อม ดังต่อไปนี้<br />
<strong>ประการแรก</strong> คือ ร้อยละ 20 ของผู้ที่มีขนาดเอวใหญ่ที่สุดมีความเสี่ยงเป็นโรค<br />
สมองเสื่อมเมื่อเข้าสูู่วัยสูงอายุ ได้สูงกว่าคนที่มีขนาดเอวเล็กที่สุด ถึงร้อยละ 270<br />
ถ้านำดัชนีมวลกาย หรือ BMI (Body Mass lndex) มาคำนวณด้วย (โดยเอาน้ำหนัก<br />
ตัวหน่วยเป็นกิโลกรัม หารด้วยความสูงหน่วยเป็นเมตรยกกำลังสอง ค่าบีเอ็มไอตั้งแต่<br />
18.5-25 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หากค่าบีเอ็มไอ 25-30 ถือว่าน้ำหนักเกินมาตรฐาน<br />
และถ้าเกิน 30 ถือว่าเป็นโรคอ้วน) จะพบความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามดัชนีมวลกาย คือ<br />
ยิ่งอ้วนมาก ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมจะยิ่งเพิ่มขึ้นไปด้วย<br />
<strong></strong></p>
<p><strong>ประการต่อมา </strong>คือ คนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน หรือผู้ที่เข้าข่ายอ้วน แต่มีขนาด<br />
เอวเล็ก มีความเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมเมื่อเข้าวัยสูงอายุเพิ่มถึงร้อยละ 80<br />
และเมื่อนำปัจจัยทั้ง 2 อย่างมารวมกันจะทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มมากที่สุด โดยคนที่<br />
เข้าข่ายอ้วนและเอวใหญ่ จะมีความเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุพุ่ง<br />
สูงถึงร้อยละ 360 เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่มีขนาดเอวเล็กและมีน้ำหนักตัวปกติ</p>
<p><strong>อย่ารอช้าค่</strong>ะ ถ้าจะแก้โรคอ้วนต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ด้วยการงดอาหารไขมันสูง<br />
แล้วมารับประทานอาหารชั่วจิตสูตร 2 (ข้าวหรือแจ้งไม่ขัดขาว 30% ผักต่างๆ 35% ถั่ว<br />
ต่างๆ และปลา 25% เบ็ดเตล็ด 10%) แล้วออกกำลังกายเป็นประจำ<br />
รับรองว่าทั้งโรคอ้วนและโรคสมองเสื่อมจะไม่ถามหาค่ะ</p>
<p>ข้อมูล : นิตยสารชีวจิต (อ้างอิงจาก www.bbc.co.uk อีกที)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สูตรลดน้ำหนัก ด้วยน้ำส้มสายชู</title>
		<link>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1.html</link>
		<comments>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Oct 2008 05:42:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สูตรลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรลดน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://diet.classyinlove.com/?p=7</guid>
		<description><![CDATA[มีีบทความดีๆ อีกบทความมานำเสนอค่ะ เป็นเรื่องของน้ำส้มสายชูที่ช่วยลดความอ้วนได้ อาจฟังดูแปลก ไม่ค่อยคุ้นหูกันเท่าไหร่ ก็ต้องของบอกว่า ไม่ใช่ว่าหลังจากอ่านหัวเรื่องแล้วเพื่อนๆ จะเอาน้ำส้มสายชูในครัวที่บ้านมากินแล้วจะลดความอ้วนได้นะคะ เพราะน้ำส้มสายชูส่วนใหญ่ที่ขายในบ้านเราไม่ได้มาจากการหมักจากผลไม้ค่ะ แต่ถูกผลิตขึ้นมาจากกรรมวิธีทางเคมี ถ้าจะรับประทานน้ำส้มสายชูเพื่อสุขภาพ ควรทานที่ผลิตจากผลไม้จริงๆ ค่ะ ไม่พูดพล่ามาก เรามาอ่านผลจากการวิจัยกันเลยดีกว่า
หากคุณมีความอยากรับประทานแตงกวาดองเป็นอย่างมากแล้ว อาจเป็นเพราะ ร่างกายพยายามที่จะควบคุมน้ำตาลในเลือด และน้ำหนักตัวให้ดีขึ้น บางทีอาจจะไม่ใช่ตัวแตงกวาดองหรอก ที่ช่วยได้มากมายเช่นนั้น แต่อาจเป็นน้ำส้มสายชูที่ใช้ดองมันอยู่นั้นก็ได้
กลับไปในทศวรรษที่ 1970 แอ๊พเปิ้ลไซเดอร์ วินนิก้า (applecider vinegar) เป็นอาหารเสริมสำหรับลดน้ำหนักตัวที่ร้อนแรงที่สุดในตลาด แต่แพทย์ และโภชนากรต่างไม่สนใจ อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสามารถอธิบาย ถึงเหตุผลว่ามันทำงานได้อย่างไร แม้ว่ามันจะใช้ได้ผลก็ตาม
แม้แต่ทุกวันนี้ มีนักวิทยาศาสตร์ตามมหาวิทยาลัยจำนวนเพียงเล็กน้อยพบว่า วินนิก้า อาจให้ผลดีในด้านการลดน้ำหนักตัว อาจมีศักยภาพในการช่วยให้น้ำตาลในเลือด และอินซูลินสมดุล ลดความอยากอาหารและช่วยลดน้ำหนัก
?วินนิก้า มีประวัติการใช้ที่สม่ำเสมอ ด๊อกเตอร์ แครอล เอส จอห์นสตัน ph.D. ศาสตราจารย์ด้านโภชนาการเเละนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซน่า ที่เมืองเมซ่า กล่าว ?ฮิบโปเครติสเคยพูดเอาไว้มานานกว่า 2,000 ปีมาแล้ว ในเมื่อบางสิ่งบางอย่างถูกใช้มานานปานนี้ ก็แสดงว่ามันต้องมีอะไรดีอยู่ในนั้นด้วย? ผลของวินนิก้าที่มีต่อน้ำตาลในเลือด
นั้นน่าจะเพียงพอแล้ว ที่จะลดความอยากอาหารและน้ำหนักเพราะการควบคุมกลูโคสและระดับ
อินซูลิน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีีบทความดีๆ อีกบทความมานำเสนอค่ะ เป็นเรื่องของน้ำส้มสายชูที่ช่วยลดความอ้วนได้ อาจฟังดูแปลก ไม่ค่อยคุ้นหูกันเท่าไหร่ ก็ต้องของบอกว่า ไม่ใช่ว่าหลังจากอ่านหัวเรื่องแล้วเพื่อนๆ จะเอาน้ำส้มสายชูในครัวที่บ้านมากินแล้วจะลดความอ้วนได้นะคะ เพราะน้ำส้มสายชูส่วนใหญ่ที่ขายในบ้านเราไม่ได้มาจากการหมักจากผลไม้ค่ะ แต่ถูกผลิตขึ้นมาจากกรรมวิธีทางเคมี ถ้าจะรับประทานน้ำส้มสายชูเพื่อสุขภาพ ควรทานที่ผลิตจากผลไม้จริงๆ ค่ะ ไม่พูดพล่ามาก เรามาอ่านผลจากการวิจัยกันเลยดีกว่า</p>
<p>หากคุณมีความอยากรับประทานแตงกวาดองเป็นอย่างมากแล้ว อาจเป็นเพราะ ร่างกายพยายามที่จะควบคุมน้ำตาลในเลือด และน้ำหนักตัวให้ดีขึ้น บางทีอาจจะไม่ใช่ตัวแตงกวาดองหรอก ที่ช่วยได้มากมายเช่นนั้น แต่อาจเป็นน้ำส้มสายชูที่ใช้ดองมันอยู่นั้นก็ได้<a href="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/apple-cider-vinegar.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-17" title="applecider vinegar" src="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/apple-cider-vinegar.jpg" alt="" width="250" height="250" /></a></p>
<p>กลับไปในทศวรรษที่ 1970 แอ๊พเปิ้ลไซเดอร์ วินนิก้า (applecider vinegar) เป็นอาหารเสริมสำหรับลดน้ำหนักตัวที่ร้อนแรงที่สุดในตลาด แต่แพทย์ และโภชนากรต่างไม่สนใจ อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสามารถอธิบาย ถึงเหตุผลว่ามันทำงานได้อย่างไร แม้ว่ามันจะใช้ได้ผลก็ตาม</p>
<p>แม้แต่ทุกวันนี้ มีนักวิทยาศาสตร์ตามมหาวิทยาลัยจำนวนเพียงเล็กน้อยพบว่า วินนิก้า อาจให้ผลดีในด้านการลดน้ำหนักตัว อาจมีศักยภาพในการช่วยให้น้ำตาลในเลือด และอินซูลินสมดุล ลดความอยากอาหารและช่วยลดน้ำหนัก<br />
?วินนิก้า มีประวัติการใช้ที่สม่ำเสมอ ด๊อกเตอร์ แครอล เอส จอห์นสตัน ph.D. ศาสตราจารย์ด้านโภชนาการเเละนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซน่า ที่เมืองเมซ่า กล่าว ?ฮิบโปเครติสเคยพูดเอาไว้มานานกว่า 2,000 ปีมาแล้ว ในเมื่อบางสิ่งบางอย่างถูกใช้มานานปานนี้ ก็แสดงว่ามันต้องมีอะไรดีอยู่ในนั้นด้วย? ผลของวินนิก้าที่มีต่อน้ำตาลในเลือด<br />
นั้นน่าจะเพียงพอแล้ว ที่จะลดความอยากอาหารและน้ำหนักเพราะการควบคุมกลูโคสและระดับ<br />
อินซูลิน อาจไปทาให้เกิดน้ำตาลขึ้นลงในเลือดมากเกินไป แล้วไปกระตุ้นความหิวขึ้นมาได้ แต่การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้หลายครั้งพบว่า วินนิก้าให้อะไรที่มากกว่านี้สำหรับโรคเบาหวานและอาการก่อนเป็นเบาหวานเต็มขั้น</p>
<p>ในปี 2004 จอห์นสตันรายงานว่า การรับประทานเเอ๊พเปิ้ล ไซเดอร์ วินนิก้า ในปริมาณเล็กน้อย อาจช่วยให้การเพิ่มขึ้นของทั้งกลูโคสและอินซูลินหลังการรับประทานอาหาร ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจทำให้เเนวโน้มเป็นเบาหวานลดลงด้วย จอห์นสตันและผู้ร่วมงานได้เขียนไว้ในวารสาร Diabetes cure เกี่ยวกับการศึกษาที่กระทำโดยการให้คนจำนวน 29 คน โดย<br />
กลุ่มหนึ่งได้รับเครื่องดื่มที่มีแอ๊พเปิ้ล ไซเตอร์  วินนิก้า 20 กรัม (ราว 1 1/2ช้อนโต๊ะ) ส่วนอีกกลุ่มได้รับเครื่องดื่มที ปนยาหลอก แล้วจากนั้นอีกราว 2 นาที จึงให้ทุกคนรับประทานอาหารเช้าที่มีเบเกิลที่ทำจากแป้งขาว เนย และน้ำส้ม หลังจากนั้นอีกหนึ่งสัปตาห์ ก็สลับกล่มกัน โดยกล่มทึ่ได้รับวินนิก้า เปลี่ยนให้รับยาหลอก ส่วนกลุ่มที่ได้ยาหลอกก็ให้ได้รับวินนิก้า พบว่า ทุกคนที่ได้รับวินนิก้าจะมีระดับกลูโคสและอินซูลินเพิ่มขึ้นหลังรับประทานอาหารน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดลดความอยากอาหาร<br />
เมื่อปีที่แล้ว ทีมนักวิจัยชาวสวีเดนรายงานว่าเมื่อให้ชายและหญิงที่มีสุขภาพแข็งแรงจำนวน 12 คน รับประทานขนมปังขาว (ราวสามแผ่บครึ่ง) เพียงอย่างเดียว หรือรับประทานพร้อมกับวินนิก้าขาวในปริมาณที่แตกต่างกันออกไปพบว่า ระดับการเพิ่มขึ้นทั้งกลูโคสเเละอินซูลินต่างลดลงตามสัดส่วนของวินนิก้าที่รับประทานเข้าไปด้วยที่เห็นชัดยิ่งกว่านั้น ผู้เข้าทดลองต่างมี<br />
ความหิวน้อยลงนานมากขึ้นถึง 2 ชั่วโมงหลังรับประทานขนมปังขาวพร้อมกับวินนิก้า 2 ช้อนโต๊ะ เมื่อเทียบกับการทานขนมปังแต่เพียงอย่างเดียว</p>
<p>ในการศึกษาอีกครั้งหนึ่ง นักวิจัยได้ทำการทดสอบผลของน้ำราดหน้าสลัดชนิด vinaigrtte (ประกอบด้วยวึนนิก้า 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันมะกอกราว 1/2 ช้อนโต๊ะ) ที่มีต่อระดับการตอบสนองของกลูโคสและอินซูลินในชาย และหญิงจำนวน 13 คน ที่ได้รับประทานมันเทศต้มที่แช่เย็นเข้าไป พบว่าน้ำสลัดทำให้การเพิ่มขึ้นของกลูโคสหลังอาหารลดลง 43% และการตอบสนองต่ออินซูลินลดลง 31%</p>
<p>ผลดีต่อการลดน้ำหนัก<br />
ในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ปี 2004 จอห์นสตันได้ทำการทดสอบว่าวินนิก้า ช่วยลดระดับโคสเตอรอลในชายจำนวน 22 คนได้หรือไม่ เธอได้แบ่งคนเหล่านี้ออกเป็นกลุ่มๆ ให้รับประทานวินนิก้า 2 ช้อนโต๊ะ หรือไม่ก็<br />
น้ำเเครนเบอรี่ มิใช่เป็นยาหลอก) ก่อนการรับประทานอาหารกลางวันและอาหารเย็น เป็นเวลาติดต่อกัน4สัปดาห์ พบว่าทั้งวินนิก้าและแครนเบอรี ต่างก็ไม่มีผลต่อระดับโคเลสเตอรอลแต่อย่างใด แต่จอห์นสตันกลับพบผลดี ที่นอกเหนือความคาดหมาย ?คนที่ได้รับวินนิก้ามีน้ำหนักตัวลดลงโดยเฉลี่ย 2 ปอนด์ ในช่วงสี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และบางคนลดลงได้ 4 ถึง 5 ปอนด์? เธอกล่าว ?ส่วนไนกลุ่มที่ได้รับยาหลอกยังมีน้ำหนักตัวเท่าเดิม?</p>
<p>เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังวินนิก้า วินนิก้านั้นคือกรดน้ำส้ม หรืออะซิติคแอซิด (acetic acid) จอห์นสตัน ระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นวินนิก้าในรูปแบบใดก็ตาม จะเป็นแบบขาวแอ๊พเป็้ล ไซเดอร์ หรือ balsamic ต่างก็ใช้ได้ผลเหมือนกันหมด ตราบใดที่ยังมีกรดน้ำส้มอยู่อย่างน้อย 5%</p>
<p>นักวิจัยผู้อื่นเคยแนะนำว่า กรดน้ำส้มอาจยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ย่อยคาร์โบไฮเดรตหลายอย่าง จอห์นสตันอธิบายว่า เมือเอนไซม์เหล่านี้ถูกขัดขวาง น้ำตาลและเเป้งก็จะไหลผ่านระบบย่อยอาหารไปเหมือนกับไฟเบอร์ที่ร่างกายย่อยไม่ได้  จากการศึกษาในสัตว์ทดลองครั้งหนึ่งพบว่า กรดน้ำส้มอาจไปเพิ่มการเปลียนกลูโคสไปเป็นกลัยโคเจน ซึ่งจะถูกนำไปเก็บไว้เป็นพลังงานสำรองในกล้ามเนื้อ ?กระบวนการนี้ให้ผลคล้ายกับการทำงานของยา acarbose (เป็นยาที่ใช้รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยการชะลอการดูดซึมแป้งและน้ำตาลในลำไส้เล็กลง ทำให้ระดับกลูโคสลดลง &#8211; ผู้แปล) และ metformin (ยารักษาโรคเบาหวาน โดยการลดการผลิตกลูโคสในตับลง &#8211; ผู้แปล) มีผลทำให้ระดับกลูโคสลดลง? จอห์สตันกล่าว ?แต่วินนิก้ามีราคาถูกมาก และปลอดภัย?</p>
<p>น้ำสลัด  vinaiqreue<br />
คุณสามารถรับประทานอาหารเสริมแอ๊พเป็้ล ไซเดอร์ วินนิก้า<br />
หรือคุณอาจรับประทานสลัดได้ทุกวัน (แม้จะเป็นสลัดเคียงจาน<br />
เล็กๆ ก็ตาม) พร้อมกับน้ำราดที่เป็นน้ำมันและวินนิก้า<br />
ด๊อกเตอร์ แครอล เอส จอห์นสตัน ph.D. จากมหาวิทยาลัย<br />
แห่งรัฐแอริโซน่าแนะนำให้าช้วินนิก้า 2/3 ส่วนและน้ำมันมะกอก<br />
ชนิดคั้นเย็นแบบ extra virgin 1/3 ส่วน คุณอาจใส่เครื่องเทศ<br />
โหระพาและออริกาโน่แห้งลงไปด้วยก็ได้ ?จะใช้วินนิก้าแบบไหนก็ได้?<br />
จอห์นสตันบอกว่าตัวเธอเองตื่มน้ำสลัดที่เหลืออยู่ในชามสลัดหมดเสมอ</p>
<p>ที่มา : นิตยสาร อาหาร &amp; สุขภาพ ปีที่ 19 ฉบับที่ 125</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีลดความอ้วนทฤษฎี(ไม่)ใหม่&#8230;ยิ่งกินเยอะ น้ำหนักยิ่งลด !!!</title>
		<link>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Oct 2008 05:40:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรลดน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://diet.classyinlove.com/?p=5</guid>
		<description><![CDATA[
วิธีลดความอ้วนทฤษฎี(ไม่)ใหม่&#8230;ยิ่งกินเยอะ น้ำหนักยิ่งลด !!!  เคยแปลกใจไหม?! ว่ายิ่งอยู่ไนโปรแกรมไดเอทเท่าไหร่ ก็ไม่เคยผอมได้ในระยะยาว หรือแม้น้ำหนักลดแล้วก็กลับมาถ้วนอีก บางที่เราอาจลดน้ำหนักผิดวิธี หรือรู้เรื่องโภชนาการที่ผิดๆ อยู่ก็ได้ เภสัชกรหญิง นันทวดี  พิทยาพิบูลพงศ์ จาก บอดี้ ลิฟท์ อัพ ผู้มีปัญหาเรื่องความอ้วนมานาน มีคำแนะนำดีๆ ในการลดความอ้วน
อย่างถูกวิธีโดยไม่ฝืนธรรมชาติมาฝาก
ด้วยประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูก จากการลดความอ้วนมาตั้งแต่วัยรุ่นไม่ได้ผล เภสัชกรหญิงจึงเริ่มต้นศึกษาวิธีลดความอ้วนใหม่ๆ ซึ่งวิธีง่ายๆ ที่เธอค้นพบก็คือ การทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเน้นการทานโปรตีนเป็นหลัก
&#8220;หลายคนเชื่อว่าการอดอาหารหรือการทานแต่ผักผลไม้ทำให้ผอม จริงๆ แล้วไม่ถูกต้อง เมื่อเราอดอาหาร โดยเฉพาะงดอาหารประเภทเนื้อสัตว์และไขมัน น้ำหนักตัวที่หายไปคือน้ำหนักของกล้ามเนื้อที่เป็นโปรตีน เมื่อเราไม่ทานโปรตีนก็ไม่มีสารอาหารตรงนี้ไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เพราะฉะนั้น ถ้าเราอดอาหารเหมือนที่คลินิกลดความอ้วนแนะนำ น้ำหนักที่หายไป 2 กิโลกรัม คือน้ำหนักของกล้ามเนื้อเสีย 1 กิโลกรัม แต่ถ้าอดจนกระทั้งทนไม่ไหว แล้วทานไปแค่นิดเดียวน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นเร็วมาก พอต้องอดอาหารอีกทีมันก็ลดได้ไม่เท่าครั้งแรกแล้ว เพราะเนื้อที่ของกล้ามเนื้อที่เผาผลาญนั้นหายไปหมดแล้ว&#8221;
เภสัชกรหญิงอ้างอิงข้อมูลจากตำรานักโภชนาการต่างประเทศหลายเล่มที่เคยทดลองกับตัวเอง แม้แต่ทฤษฎีของ ดร.แอ็ทกินส์ที่ให้ทานแต่โปรตีนล้วนๆ ไมม่ทานแป้ง แต่สิ่งที่ประสบกับทฤษฎีนี้คืออาการปวดหัวไว เพราะร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรต และมีโปรตีนมากเกินไป ส่งผลให้กรดในกระเพาะเยอะ เส้นเลือดหดเกร็ง จนกระทั่งเกิดโรคไมเกรมในที่สุด ดังนั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/1197394042.jpg"><img class="size-medium wp-image-10 alignright" title="สูตรลดความอ้วน" src="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/1197394042-201x300.jpg" alt="" width="201" height="300" /></a></p>
<p>วิธีลดความอ้วนทฤษฎี(ไม่)ใหม่&#8230;ยิ่งกินเยอะ น้ำหนักยิ่งลด !!!  เคยแปลกใจไหม?! ว่ายิ่งอยู่ไนโปรแกรมไดเอทเท่าไหร่ ก็ไม่เคยผอมได้ในระยะยาว หรือแม้น้ำหนักลดแล้วก็กลับมาถ้วนอีก บางที่เราอาจลดน้ำหนักผิดวิธี หรือรู้เรื่องโภชนาการที่ผิดๆ อยู่ก็ได้ เภสัชกรหญิง นันทวดี  พิทยาพิบูลพงศ์ จาก บอดี้ ลิฟท์ อัพ ผู้มีปัญหาเรื่องความอ้วนมานาน มีคำแนะนำดีๆ ในการลดความอ้วน<br />
อย่างถูกวิธีโดยไม่ฝืนธรรมชาติมาฝาก</p>
<p>ด้วยประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูก จากการลดความอ้วนมาตั้งแต่วัยรุ่นไม่ได้ผล เภสัชกรหญิงจึงเริ่มต้นศึกษาวิธีลดความอ้วนใหม่ๆ ซึ่งวิธีง่ายๆ ที่เธอค้นพบก็คือ การทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเน้นการทานโปรตีนเป็นหลัก</p>
<p>&#8220;หลายคนเชื่อว่าการอดอาหารหรือการทานแต่ผักผลไม้ทำให้ผอม จริงๆ แล้วไม่ถูกต้อง เมื่อเราอดอาหาร โดยเฉพาะงดอาหารประเภทเนื้อสัตว์และไขมัน น้ำหนักตัวที่หายไปคือน้ำหนักของกล้ามเนื้อที่เป็นโปรตีน เมื่อเราไม่ทานโปรตีนก็ไม่มีสารอาหารตรงนี้ไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เพราะฉะนั้น ถ้าเราอดอาหารเหมือนที่คลินิกลดความอ้วนแนะนำ น้ำหนักที่หายไป 2 กิโลกรัม คือน้ำหนักของกล้ามเนื้อเสีย 1 กิโลกรัม แต่ถ้าอดจนกระทั้งทนไม่ไหว แล้วทานไปแค่นิดเดียวน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นเร็วมาก พอต้องอดอาหารอีกทีมันก็ลดได้ไม่เท่าครั้งแรกแล้ว เพราะเนื้อที่ของกล้ามเนื้อที่เผาผลาญนั้นหายไปหมดแล้ว&#8221;</p>
<p>เภสัชกรหญิงอ้างอิงข้อมูลจากตำรานักโภชนาการต่างประเทศหลายเล่มที่เคยทดลองกับตัวเอง แม้แต่ทฤษฎีของ ดร.แอ็ทกินส์ที่ให้ทานแต่โปรตีนล้วนๆ ไมม่ทานแป้ง แต่สิ่งที่ประสบกับทฤษฎีนี้คืออาการปวดหัวไว เพราะร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรต และมีโปรตีนมากเกินไป ส่งผลให้กรดในกระเพาะเยอะ เส้นเลือดหดเกร็ง จนกระทั่งเกิดโรคไมเกรมในที่สุด ดังนั้น เธอ<br />
จึงสร้าง วิธีทานอาหารในแบบฉบับของตัวเอง</p>
<p>&#8220;วิธีการลดความอ้วนง่ายๆ คือ อย่าอดอาหาร ผู้ที่ต้องการลดความอ้วนสามารถทานอาหารได้ทุกชนิด และต้องทานให้ครบทุกมื้อ แต่ขอให้เน้นโปรตีน เพราะโปรตีนมีสารทีเรียกว่ากลูคาร์กอน ซึ่งทำหน้าที่ทำให้น้ำตาลในเลือดขับออกมาใช้เป็นกลูโคส และทำหน้าที่ตรงกันข้ามกับอินซูลินที่เอาน้ำตาลในเลือดมาเป็นไขมัน ไนการทานโปรตีนทำให้เราสามารถขับของเก่าออกปด้วย แต่ถ้าเน้นคาร์โบไฮเดรตก็จะมีแต่ ไขมัน ส่วนเกิน&#8221;</p>
<p><a href="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/328228294_35f7781e00.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-11" title="อาหาร" src="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/328228294_35f7781e00-300x224.jpg" alt="" width="216" height="162" /></a>หลัก โภชนาการ เกี่ยวกับอาหาร 5 หมู่ ที่เรามักได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในการลดความอ้วนคือ เน้นทานแต่ผักและผลไม้ ซึ่งมีเกลือแร่สูงนั้น จริงๆ แล้วมันสามารถลดได้แต่น้ำหนักที่หายไปนั้นทำให้ร่างกายหลวม หน้าตอบ ตัวย้วย ไม่สดชื่น เพราะไม่มีโปรตีน ไปเสริมสร้างให้กล้ามเนื้อ แข็งแรง ใครที่ชอบเอาวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาใช้ โดยทานแต่ขนมปังกับน้ำผลไม้ในตอนเช้านั้น ทำให้อ้วนกว่าเดิม เพราะกลุ่มคาร์โบไฮเดรตใช้เวลาย่อยแค่ 40 นาที ให้อยู่ในรูปของกลูโคส ซึ่งกลูโคสจะ ขึ้นสู่เซลล์เพื่อเผาผลาญพลังงาื้นเองไม่ได้ จึงต้องใช้อินซูลีนจากตับอ่อนพากลูโคสเข้าสู่กล้ามเนื้อ เพื่อเผาผลาญู เป็นหลัก แต่กิจกรรมของคนเราทุกวันนี้ต่างกัน ถ้าร่างกายไม่ได้ออกกำลังกาย กลูโคสก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันและสะสมอยู่ในร่างกาย อีกทั้งเมื่อ คาร์โบไฮเดรตย่อยเร็ว ร่างกายก็จะอยากทานอาหารเร็วมากขึ้น แต่ถ้าเราทานโปรตีนซึ่งใช้เวลาย่อยถึง 3 ชั่วโมง ทานควบคู่ด้วยในตอนเช้าร่างกายก็จะค่อยๆ ย่อยทำให้กลูโคสไม่สูงจนเกินไป? เภสัชกรหญิงปรับความรู้เรื่องคาร์โบไฮเดรตให้เข้าใจได้อย่างถูกต้องมากขึ้น</p>
<p>ส่วนส้มตำที่ใครคิดว่าเป็นเมนูหลักในการลดความอ้วนนั้น กลายเป็นอาหารที่ทำให้ช่วงต้นขาใหญู่ขึ้น เพราะความเค็มในส้มตำหรืออาหารรสเค็มจะมีโซเดียม ซึ่งจะอุ้มนา้แล้วเข้าไปสู่ตับ<br />
แล้วจะถูกเก็บไปไว้ที่ช่วงล่างทำให้เกิดอาการบวม ดังนั้น ควรเลือกทานอาหารที่ไม่้เค็มมาก</p>
<p>เภสัชกรหญิงแนะนำอาหารสูตรลดความอ้วนในแบบฉบับของตัวเองว่า หากใครชอบทานขนมปังกับนม ก็ควรทานไข่หรือหมูป็้งร่วมใปด้วย หรือจะเป็นโจ๊กเน้นหมูหรือเนื้อสัตว์<br />
<a href="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/1197394042.jpg"></a><a href="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/e0b984e0b882e0b988.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-13" title="ไข่" src="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/e0b984e0b882e0b988.jpg" alt="" width="249" height="166" /></a><br />
เธอแนะนำถึงการรับประทานไข่ว่า ไข่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ดังนั้น ควรรับประทานไข่วันละ 1-2 ฟอง สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ได้เป็นโรคหัวใจ ควรรับประทานไข่วันละฟองได้ เพราะในไข่มีคอเลสเตอรอล HDL ซึ่งดีต่อร่างกายซึ่งได้จากการออกกำลังกายและแหล่งอาหาร  นอกจากนั้น  การดื่มนมก็ควรเลือกดื่มแบบมีไขมันเพราะทำให้อิ่มโดยไม่ต้องพึ่งไขมันจากคุ้กกี้ หรือขนมเค้ก</p>
<p>มื้อเที่ยงทานก๋วยเตี๋ยว แต่ต้องสั่งพิเศษเพิ่มเนื้อ เพิ่มผัก ขอเส้นน้อยๆ หรือทานเกาเหลาพิเศษกับข้าวเปล่า 1 ถ้วย หรือหากใครที่ชอบอาหารหนักๆ ก็สามารถทานขนมจีนแกงเขียวหวานได้เลยเพราะกะทิทำให้เกิดการเผาผลาญเพิ่มขึ้นและอยู่ท้อง ทำให้อิ่มนานดังนั้น ใครที่เลือกทานแกงเขียวหวานไก่ ก็เลือกไก่เยอะๆ มะเขือเยอะๆ ขนมจีนน้อยๆสำหรับมื้อเย็น สามารถ<br />
ทานได้เป็นปกติ แต่หากใครที่อยากให้หน้าท้องยุบควรทานโปรตีนเยอะๆ เพราะร่างกายซ่อมแซมกล้ามเนื้อในช่วงเวลานอนถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อฮอร์โมนในการเจริญเติบโตหลั่ง ก็จะนำพลังงานเก่าออกมาใช้ขณะซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ยิ่งนอนมาก ร่างกายจะผอมลงมาก เพราะฮอร์โมนจะมากตาม แต่หากทานแต่ผักก่อนนอนร่างกายก็จะซ่อมแซมตัวเองได้ยาก</p>
<p><a href="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/e0b899e0b989e0b8b3e0b89ce0b8a5e0b984e0b8a1e0b989.jpg"><img class="size-medium wp-image-14 alignleft" title="น้ำผลไม้" src="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/e0b899e0b989e0b8b3e0b89ce0b8a5e0b984e0b8a1e0b989.jpg" alt="" width="230" height="211" /></a>ส่วนอาหารที่เภสัชกรหญิงคนนี้แนะนำให้งด ในช่วงลดน้ำหนัก คือ น้ำผลไม้ต่างๆ ทั้ง 100% หรือเเบบผสม เพราะมีน้ำตาลฟรุกโตส ทำให้ได้รับกลูโคสสูง และร่างกายก็จะอยู่ในสภาพสะสมไขมัน ทางที่ดีควรทานผลไม้แเทนเพราะยังมีไฟเบอร์ที่เมื่อถูกย่อยแล้วจะค่อยๆ ปล่อยกลูโคสออกมา ส่วนใครที่ชอบทานโยเกิร์ตในช่วงเช้า ควรทานไข่ดาว หรือเนื้อสัตว์คู่กันไปด้วยเพื่อเพิ่มปริมาณโปรตีนให้กับร่างกาย จะได้ไม่หิวเร็ว ควรงดทานคุ้กกี้เพราะมีทั้งแป้งและน้ำตาล แต่หากใครที่อดทานไม่ ได้ก็ควรทานพร้อมกับนม ส่วนใครที่ชอบทานขนมหวานหรือผลไม้ควรรับประทานหลังอาหารทันที เพราะเมื่อเลือกทานขนมหวานก็ควรลดปริมาณข้าวลง ที่สำคัญหากทานเนื้อสัตว์ก็ต้องทานควบคู่กับผักเสมอ เพราะไฟเบอร์ในผักจะช่วยดูดซับไขมันส่วนเกินออกไป</p>
<p>เพราะร่างกายต้องการโปรตีนอยู่ตลอดเวลา และเราต้องใช้ี้ มองอยู่เสมอ เซลล์สมองต้องใช้โปรตีน ทั้งน้ำย่อยต่างๆ อย่างกลูคาร์กอนก็ต้องการโปรตีน อีกทั้ง ภูมิคุ้มกันของร่างกายก็ทำ<br />
จากโปรตีน ทุกอย่างสร้างอยู่ตลอดเวลา โปรตีนเมื่อย่อย แล้วร่างกายยังไม่ได้นำมาใช้เป็นพลังงาน แต่จะถูกเก็บไว้เป็นพลังงานสำรอง เมื่อคาร์โบไฮเดรตถูกย่อยเเล้วร่างกายถึงจะนำมาใช้</p>
<p>ดังนั้นใครที่กำลังคิดลดความอ้วนด้วยการงดอาหารบางหมู่ จึงถือว่า้ เป็นการทำร้ายร่างกายโดยตรง แต่การเลือกผอมด้วยการลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตลงจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้ได้<br />
ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่า กล้าพอที่จะเปลี่ยนทัศนคติในการลดความอ้วนได้หรือไม่ !?!</p>
<p>ที่มา : วารสารเคล็ดลับกินเพื่อสุขภาพ เคล็ดลับการกินเพื่อชีวิตที่ดีกว่า</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
