คราวที่แล้วตอนที่ค้างไว้เพราะยังนึกไม่ออก ตอนนี้เริ่มนึกได้อีกแล้วค่ะ ต่อเป็นข้อ 7 เลยแล้วกันนะ
7. วิธีลดความอ้วน โดยการกินโปรตีน ในสัดส่วนที่มากๆ
กินพวกแป้ง อย่างข้าว ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยวให้น้อยลง กินไขมัน และน้ำมันให้น้อยลง อย่างพวกของทอดที่อมน้ำมันนี่เอาไปไกลๆ เลย แต่ให้กินโปรตีนให้มาก เพราะอะไรหน่ะหรอ ก็เพราะเจ้าโปรตีนพระเอกของเรา จะช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื้อ ส่วนที่สึกหรอภายในร่างกายของเรา ถ้าเราลดน้ำหนักแต่ไม่กินโปรตีน ร่างกายเราจะซูบ และเหี่ยวย่น ไม่สดใส อีกอย่าง ส่วนที่ทำให้ร่างกายเกิดการใช้พลังงาน ก็คือกล้ามเนื้อทั้งหลายของเรา ซึ่งเป็นโปรตีนนะคะ การที่เรามีกล้ามเนื้อมากๆ ทำให้เรามีตัวช่วยในการใช้พลังงานมากขึ้น เพราะกล้ามเนื้อพวกนี้ ต่อให้เรานอนอยู่เฉยๆ เค้าก็ต้องใช้พลังงานค่ะ ดังนั้น ด้วยการเพิ่มกล้ามเนื้อให้แน่น เราจึงใช้พลังงานเพิ่มได้ โดยไม่ต้องออกกำลังกายเพิ่มเลย แต่ไม่ให้กินโปรตีนอย่างเดียว โดยไม่กินอย่างอื่นนะ เพราะเวลากินโปรตีนมากๆ จะเกิดกรดมากเกินไป และการกินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ยังทำให้เสียสุขภาพด้วย ร่างกายควรจะได้รับสารอาหารทุกชนิดนะจ๊ะ
8. วิธีลดความอ้วน โดยกินอาหารที่ช่วยให้อิ่มได้นานๆ
อย่างพวกเบเกอรี่เนี่ยะ ให้พลังงานเยอะมากๆ แถมกินแล้วหิวเร็วด้วยนะ ยิ่งกินก็ยิ่งอ้วนค่ะ วิธีลดความอ้วนก็คือ เราต้องกินอาหาร ที่ให้พลังงานน้อยๆ แต่อิ่มนานๆ อย่างเช่นผลไม้ที่กากใยเยอะๆ อย่างส้ม แอปเปิ้ล พวกนี้ หรือกินพวกธัญพืชก็ดีค่ะ เช่น เม็ดแมงลัก ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง หรือขนมปังโฮลวีต
9. วิธีลดความอ้วน โดยเลิกนิสัยกินน้ำหวานหลังอาหาร
ไม่ว่าจะน้ำอัดลม น้ำผลไม้ ก็มีน้ำตาลสูงทั้งนั้น ถ้าจะกินให้กินน้ำเปล่าแทน หรือถ้ามันไม่อิ่มจริงๆ กินผลไม้เป็นลูกๆ ไปเลยดีกว่านะคะ เพราะกากใยในผลไม้ทำให้เราอิ่มได้นานค่ะ
10. วิธีลดความอ้วน โดยปฏิเสธการไปงานปารตี้
ทุกครั้งที่มีงานปาร์ตี้ หรืองานเลี้ยง ก็มักจะมีอาหารมื้อใหญ่ ซึ่งทำให้คุณอ้วนได้เสมอ ถ้าคุณเป็นหนุ่มสาวสังคมจ๋า คุณควรปฏิเสธการไปงานปาร์ตี้บ้างก็ดีนะ หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ จะต้องไปจริงๆ ก็พยายามอย่างไปกินมาก ลองหาแก้วน้ำเปล่าซักแก้ว (ย้ำว่าน้ำเปล่าเท่านั้นนะคะ ห้ามน้ำอัดลมหรือน้ำผลไม้นะ) เอามาถือติดมือไว้ แล้วจิบน้ำไปเรื่อยๆ ตลอดงาน น่าจะทำให้คุณกินอาหารได้น้อยลงบ้างค่ะ มาเขียนวิธีลดความอ้วนต่อตามที่สัญญาไว้ จนครบ 10 ข้อจนได้นะเนี่ยะ แต่ว่าจริงๆ ก็น่าจะมีเยอะกว่านี้นะคะ เอาเป็นว่าถ้าใครคิดออกอีกก็แชร์กันบ้างนะคะ ทำบุญให้คนไทย ไร้พุง หุหุ
November 7th, 2008 | Posted in วิธีลดความอ้วน | No Comments
เครื่องจิ้ม ของดีของคนไทยอีกอย่างหนึ่ง เห็นจะได้แก่กะปิคั่วนี้เอง เป็นอาหารประจำชาติ มาช้านานแล้วจริงๆ เพราะกินกันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ทีเดียว จนในปัจจุบันยุคโลกาภิวัฒน์นี้ ไม่ค่อยจะได้กินกัน เพราะไม่มีผู้ใดปรุงออก
มาขาย ตามร้านอาหารก็ไม่มี หายากจนน่ากลัวว่าจะสูญหายไปจากแผ่นดินไทยทีเดียว ในที่นี้ขอแนะนำการปรุงกะปิคั่วเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง
เครื่องปรุง
กะปิอย่างดีเผาไฟด้วยการห่อใบตอง 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมแกะเปลือกออก 1 หัว
หัวหอมแดง 5 หัว
ตะไคร้หั่น 1 ต้น
กระชายหั่น 2 ราก
ข่า 2 แว่น
พริกขี้หนูแห้งแช่น้ำจนยุ่ย แล้วพักไว้ 5 เม็ด
ปลาย่างแกะเอาแต่เนื้อ เช่น ปลาช่อนย่าง 5 ช้อนโต๊ะ
พริกชี้ฟ้าแดงเขียว 2 เม็ด
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีปรุง
เอาเครื่องปรุงทั้งหมดโขลกละเอียด ยกเว้น พริกชี้ฟ้า น้ำตาลปี๊บและน้ำปลาดี ต่อจากนั้นเอาน้ำซุปใส่หม้อเล็กน้อยตั้งบนเตาไฟ (แทนน้ำกะทิ) จนเดือดแล้วใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงไป ถ้าน้ำแห้งเกินไปก็เติมน้ำซุปอีกได้ อย่าให้น้ำใส ให้มีความข้นพอดีๆ เดือนอีกครั้งก็ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลาดี และพริกชี้ฟ้า ลองชิมดู ถ้าไม่เค็มเติมน้ำปลา
ดีลงไปอีก ถ้ายังไม่หวานเติมน้ำตาลปี๊บได้จึนกำลังดีก็ยกลง กะปิคั่วสูตรลดน้ำหนักนี้ ปรากฏว่าไม่แนะนำกะทิมันๆ เลย ยกเว้นไปอย่างหนึ่งสำหรับเครื่องปรุงสำคัญ เปลี่ยนเป็น
น้ำซุปแทน เพราะไม่ต้องการให้มีไขมันมาอยู่ในอาหารเครื่องจิ้มถ้วยนี้สำหรับท่านทั้งหลาย
กะปิคั่ว อร่อยตามประสารสชาติถูกปากคนไทย หอมกะปิ หอมกระชายที่มีอยู่ แถมเนื้อปลาย่างที่ใส่เพิ่มรสชาติ
และความเข้มข้นเข้าไปอีกด้วย
กะปิคั่วที่อร่อยก็มีรส เค็มหวานกลมกล่อมเพียง 2 รสนี้เท่านั้นเอง เอาไปยิ้มกับผักต่างๆ ได้อย่างดียิ่ง รับรอง
ว่ากะปิคั่วสูตรลดน้ำหนักสูตรนี้ไม่ทำให้ท่านอ้วนหรือมีน้ำหนักเพิ่ม แต่กินอร่อยเสมอ
ของดีสำหรับคนไทยคือเครื่องจิ้มสูตรนี้เอง เอาไปปรุงกินกันได้ไม่ยากลำบากอะไรนักหนา ปรุงเสร็จแล้วแจก
จ่ายไปยังเพื่อนบ้านอีกก็ยังได้ จะได้รับการเยินยออย่างมากทีเดียวเมื่อบอกว่านี้คือสูตรลดน้ำหนักที่ไม่ทำให้คนกินอ้วนฉุ
แต่ว่าจะมีหุ่นดีขึ้นมากกว่า
November 3rd, 2008 | Posted in สูตรอาหารลดความอ้วน | 1 Comment
วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติมีอยู่ 2 วิธีคือ กินให้น้อยลง (หรือกินของที่ให้พลังงานน้อยลง) กับการออกกำลังกาย (หรือใช้พลังงานให้มากขึ้น)นั่นแหละค่ะ ถ้าขี้เกียจทำทั้ง 2 อย่างก็อย่างฝันไปเลยว่ายาอะไรจะช่วยได้ แต่สำหรับคนที่อ้วนมากๆแล้ว
การออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสม ก็อาจจะทำให้กระดูกข้อต่อเป็นอันตรายได้ ดังนั้นวิธีลดความอ้วนสำหรับคนที่อ้วนมากๆ ก็คือลดน้ำหนักลงไปก่อนด้วยการกินให้น้อยลงนะคะ เมื่อน้ำหนักลดลงได้ที่แล้วถึงพิจารณาเริ่มออกกำลังกายได้บ้าง หรืออาจจะทานยาควบคุมน้ำหนักที่ปลอดภัยควบคู่ไปด้วยก็ได้ ดังนั้น วันนี้เลยอยากจะนำเสนอวิธีลดความอ้วนโดยกินให้น้อยลงดูค่ะ
1. ของไม่อร่อยไม่ต้องฝืนใจกิน
สมมุติว่าคุณแยมโรลไป 1 คำ แล้วพบว่ามันรสชาดแย่มาก อย่าฝืนกินต่อค่ะ ให้หยุดแค่นั้นเลย คำเดียวพอแล้ว นอกจากว่ามันจะอร่อยจริงๆ อาจจะกินต่ออีกหน่อย การที่เรากินของไม่อร่อยเพราะเสียดายของนั้น ทำให้เราไม่เหลือที่ให้อาหารอร่อยๆ นะจ๊ะ
2. ถ้าไม่หิวอย่ากิน
บางคนกินไม่ใช่เพราะหิว แต่เพราะความยากมากกว่า รู้สึกไม่ดีถ้าไม่มีอะไรเคี้ยวผ่านปาก ถ้าคุณเป็นอย่างนี้ ขอแนะนำว่าควรจะหาอะไรก็ได้ที่ไม่ให้พลังงานมาเคี้ยวแก้เหงาปาก อย่างหมากฝรั่งที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลอะไรพวกนี้ หรือพวกแตงไทยแตงกวาก็ยังดี จะได้อ้วนน้อยๆหน่อยค่ะ
3. อาหารที่เหลือในจานของลูกๆ อย่ากิน
สังเกตไหมว่า ผู้หญิงเราเวลาแต่งงานมีลูกแล้วมักจะอ้วน ทั้งที่ตอนสาวๆ ไม่มีวี่แววว่าจะอ้วนเลย นั่นก็เป็นเพราะคุณแม่ส่วนใหญ่เวลาที่ลูกๆ เบื่ออาหาร หรือกินข้าวไม่หมดจะเกิดอาการเสียดายของไงล่ะ ก็เลยกวาดทุกสิ่งที่เหลือลงกระเพราะตัวเอง แบบนี้จะผอมได้ไงล่ะคะ
วิธีลดความอ้วนของกรณีนี้ก็คือ จะต้องคิดอยู่เสมอว่ากระเพาะอาหารของเราไม่ใช่ถังขยะทิ้งเศษอาหารที่เหลือ
ถ้าจะเสียดายอาหารสู้เสียดายค่ายาลดความอ้วน หรือเสียเวลาไปออกกำลังกายลดพุงดีกว่านะ
4. วิธีลดความอ้วนโดยทำให้หิวช้าลง
สำหรับคนที่จะทรมานเพราะทนหิวไม่ไหว ขอแนะนำวิธีนี้แล้วกัน ให้กินน้อยๆ แต่บ่อยๆ เช่นว่าปกติคุณกิน 3 มื้อหนักๆ มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น ก็ให้เปลี่ยนมากิน 5 มื้อ โดยเพิ่มมื้อระหว่างมื้อขึ้นมา กินมื้อละน้อยๆ แค่ให้พอไม่หิวก็พอ
5. วิธีลดความอ้วนโดยดื่มน้ำก่อนกินข้าว
วิธีลดความอ้วนแบบนี้ ทำให้คุณลดความอ้วนได้อย่างรวดเร็ว เพราะจากประสบการณ์ของผู้เขียน ถ้ากินน้ำไปปุ๊บก็อิ่มไปมากแล้ว อาจจะกินได้แค่ครึ่งเดียว แล้วถ้าคุณกำลังลดน้ำหนักอยู่ คุณก็ไม่ควรกวาดอาหารที่เหลือลงกระเพราะเมื่อคุณอื่มแล้ว
ท่องไว้ค่ะ ว่าเสียค่าอาหารที่เหลือดีกว่าเสียเงินไปลดความอ้วน
6. วิธีลดความอ้วนโดยกินช้าๆ เคี้ยวนานๆ
การค่อยๆ กินช้าๆ จะทำให้คุณรู้สึกอิ่มเมื่อคุณอิ่มพอดี แต่การกินแบบรีบๆ แม้ว่าคุณจะอิ่มแล้ว แต่ร่างกายไม่ทันส่งสัญญาณว่าอิ่ม ทำให้คุณกินต่อไปได้เรื่อยๆและการเคี้ยวนานๆ ช่วยทำให้อาหารถูกบดอย่างละเอียด ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้นด้วย
ลองสังเกตตัวเองดูนะคะ ว่าคุณเป็นแบบข้อไหนบ้าง และถ้าคุณเลิกพฤติกรรมชวนให้อ้วนเหล่านี้ได้ คุณก็มีแนวโน้มว่าจะสวยจะหล่อขึ้นได้ในไม่ช้าค่ะ
จริงๆ แล้ววิธีวิธีลดความอ้วนน่าจะมีมากกว่า 6 ข้อนี้ แต่ว่าตอนนี้นึกไม่ออกแล้วล่ะ ถ้านึกออกจะมาเขียนต่อตอนที่ 2 นะคะ (ก็เลยขึ้นว่า ตอนที่ 1 ไว้ก่อน อิอิ)
ถ้าใครมีประสบการณ์ หรือมีวิธีลดน้ำหนัก วิธีลดความอ้วนโดยการกินที่เด็ดๆ มากกว่านี้ก็เอามาแชร์กันได้นะคะ
หรือถ้าใครเอาวิธีพวกนี้ไปใช้แล้วได้ผลยังไง ก็เอามาเขียนไว้ที่ Comment บ้างได้นะคะ คนเขียนจะได้มีกำลังใจเอามาเล่าต่อ เพื่อให้คนไทยไร้พุง อิอิ
October 29th, 2008 | Posted in วิธีลดความอ้วน | 1 Comment
ข้าวส้มตำ สูตรลดความอ้วน จานนี้ เป็นอาหารพิเศษ ที่นำเอามาแนะนำ เพื่อสุขภาพของผู้ที่ต้องการ ลดน้ำหนัก หรือ ลดความอ้วน โดยเฉพาะ เป็นการตัดเอาไขมันจากกะทิที่ไปรวมอยู่กับข้าวมันออกไปเลยโดยสิ้นเชิง เอาเพียงข้าวสวยร้อนๆ มากินร่วมด้วยกับส้มตำมะละกอ เท่านั้นเอง แต่รับรองว่าอร่อยมาก ซึ่งจะต้องปรุงส้มตำไทยให้ครบเครื่อง และสมบูรณ์ตามสูตรนี้จริงๆ
เครื่องปรุง
ข้าวสวยร้อนๆ 1 จาน
มะละกอดิบสับ 1 ถ้วย
กล้อยดิบปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ครึ่งถ้วย
กุ้งแห้งป่น ครึ่งถ้วย
กุ้งสดลวกสุกเอาแต่ตัวกุ้งหันยาวๆ ครึ่งถ้วย
ถั่วลิสงคั่วปนใหม่ๆ 1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูสวน 5 เม็ด
กระเทียมปอกเปลือก 1 หัว
มะนาวคั้นเอาน้ำ 1 ผล
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีปรุง
ใบทองหลาง ใบมะยม หรือใบผักกาดหอมตำกระเทียม กับพริกขี้หนูสวนก่อนอี่น ใส่กล้วยดิบลงไปตำ เอามะละกอสับลงไปตำบุบๆ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่กุ้งแห้งป่น ถั่วลิสงคั่วป่นลง น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะนาว กุ้งสดใฟทีหลัง คลุกให้เข้ากันมากๆ จนได้ที่ ตักออกจากครกใส่จานลงให้เรียบร้อย มีใบทองหลาง ใบมะยม หรือใบผักกาดหอม กินด้วย ข้าวสวยร้อนๆ มีอยู่แทน ข้าวมันส้มตำได้อย่างดียิ่ง อร่อยสุดๆ ไปตามเคย ไม่มีอะไรที่ทำให้อ้วนไปได้หรอก ส้มตำสูตรลดความอ้วนนี้ ได้รสชาติที่วิเศษ และได้สารอาหาร เกลือแร่ วิตามิน จากผักต่างๆ อีกด้วน ถ้ามีมะเขือเทศสีดา ใส่เข้าไปในส้มตำ สูตรลดความอ้วน ด้วยก็ยิ่งดี
October 27th, 2008 | Posted in สูตรอาหารลดความอ้วน | 1 Comment
ขนมจีนซาวน้ำ สูตรลดน้ำหนัก เป็นอาหารเส้นที่ดีอย่างหนึ่ง ทำน้ำราดหน้าได้
หลายอย่าง เช่น น้ำยา น้ำพริก แกงไก่ แกงเขียวหวาน
แกงป่า น้าเงี้ยว และทาเป็นแบบซาวน้ำก็ได้ด้วยเช่นเดียว
กัน นับว่ามีรสชาติที่ดีและอร่อยมาก
ขนมจีนซาวน้ำ สูตรลดน้ำหนัก ต้องมีส้มเปรี้ยวๆ เป็นส่วนประกอบ
ด้วย เช่นสับปะรด ส้มโอ จึงจะอร่อยดี และจะต้องมีน้ำ
กะทิชนิดที่เป็นหัวกะทิมันๆ อีกอย่างหนึ่งในที่นี่ไม่ขอแนะ
นำกะทิ ให้ตัดไปเลย เอามาเกี่ยวข้องด้วย ชวนจะมีอะไร
บ้างก็ลองมาพิจารณาดูและลองทำกินกันได้เลย
รับรองว่าอร่อยมาก แต่ไม่ทำให้อ้วนอะไรหรอก
เพทะตัดของที่ทำให้อ้วนออกไปแล้วตามวิธีการ เหลีออยู่ก็
เป็นเส้นขนมจีนเท่านั้น
เครื่องปรุงขนมจีนซาวน้ำ สูตรลดน้ำหนัก
เส้นขนมจีน 2 จับ
กุ้งแห้งป่น ครึ่งถ้วย
สับปะรดปับแหลกๆ คงเป็นชิ้นเอาไว้ ครึ่งถ้วย
(ไม่มีสับปะรดก็ใช้เนื้อส้มโอ)
กระเทียมปอกเปลือกออกหั่น 1 หัว
ขิงหัน่ฝอยเป็นเส้นยาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
กุ้งสดไม่เอาส่วนหัว ลูกสุก(กุลาดำ) 2 ตัว
พริกขี้หนูสวนซอย 5 เม็ด
น้ำมะนาว 1 ซีก
วิธีปรุงขนมจีนซาวน้ำ สูตรลดน้ำหนัก
ถ้าซื้อขนมจีนมาจากตลาด ควรเอามานึ่งฆ่าเชื้อโรค
เสียก่อนอย่าเอามาาบริโภคเลย เพราะเคยมีผู้กินขนมจีนแล้วเกิดท้องร่วง ท้องเสียได้จึงน่าจะเอามานึ่งฆ่าเชื้อทุกครั้ง
ที่ซื้อมาเพื่อความปลอดภัย
เอาขนมจีนใส่จาน เอาสับปะรดหรือส้มโอโรยหน้าเอากุ้งแห้งป่นวางเอาไว้ทางหนึ่ง กุ้งสดลวก ขิงหั่นฝอยวาง
เคียงข้างกันให้สวยงาม กระเทียมหั่นก็เอามาใส่ด้วย พริก
ขี้หนูสวนซอยละเอียดโรย เอาน้ำปลาดีใส่ให้ทั่ว ตามด้วย
น้ำตาลทราย บีบน้ำมะนาวลงด้วย คลุกเข้ากันดีแล้วลองชิม
ดู ถ้าอ่อนอะไรก็เติมเอาตามความพอใจ
ขนมจีนซาวน้ำ สูตรลดน้ำหนัก ตัดเอาไข่ต้มออกไป โดยปกติก็
เป็นไข่ต้มอีก 1 ฟอง พร้อมกับหัวกะทิหยอดด้วย ในที่นีไม่
เอามารวมไว้ เพราะไม่อยากให้เกิดมีพลังงานเพิ่มมากขึ้น
นัก เพียงเท่านี้ก็พอเพียงแล้ว เพียงเท่านี้ ขนมจีนซาวน้ำ สูตรลดน้ำหนัก เป็นอาหารจานเดียวที่ดีในการลดน้ำหนักทีเดียว
October 25th, 2008 | Posted in สูตรอาหารลดความอ้วน | 1 Comment
สูตรอาหารลดน้ำหนักอีกเมนูวันนี้ ขอเสนอ ต้มข่าไก่ สูตรลดน้ำหนักค่ะ
ไก่นั้นเราสามารถนำไปประกอบอาหารได้มากมายหลายชนิด แต่ในที่นี้จะต้องคัดเลือกเอาไก่ที่มีเนื้อล้วนๆ เท่านั้นมา
ประกอบอาหารชนิดนี้ หนังไก่ไม่เอา คอไก่ไม่เอา มันไก่ก็ไม่เอาด้วย ของพวกนี้น่ารังเกียจสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการ
ลดความอ้วนหรือต้องการลดน้ำหนักโดยทั่วไป ตามปกติแล้วไก่ต้มข่าจะต้องประกอบไปด้วยกะทิ
มันๆ เอามาใส่ในน้ำแกงด้วยถึงจะอร่อย แต่ในที่นี้เราไม่เอากะทิมาร่วมวงไพบูลย์ด้วยเลย ตัดออกไปได้ไม่สนใจ
ตัดไปเพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็ไม่เห็นจะเสียรสชาติไก่ต้มข่า เพราะนี่เป็นไก่ต้มข่าที่ลดน้ำหนักนั่นเอง คงเอาไว้ก็ข่าอ่อน
ที่รสชาติดีก็เพียงพอแล้ว สมุนไพรที่จะช่วยทำให้ระบบการย่อยดีเป็นปรกติ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อได้ด้วย
เครื่องปรุง
เนื้อไก่ติดกระดูก ไม่มีมัน ครึ่ง กก.
ข่าอ่อนหั่นเป็นแว่น 10 แว่น
มะนาวคั้นเอาแต่น้ำ 1 ผล
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูสวน 5 เม็ด
ผักชี
ตะไคร้ 2 ต้น
วิธีปรุง
ก่อน เอาน้ำซุปใส่หม้อกะให้พอท่วมไก่ตั้งบนเตาไฟให้เดือด ใส่ข่าที่เตรียมเอาไว้พร้อมกับตะไคร้ที่หั่นเป็นท่อนๆ
และไก่ลงไปปิดฝาให้เดือดจนไก่สุกดีก็ใส่น้ำปลาแล้วยกลงได้ เวลาจะรับประทานก็เอาน้ำมะนาวใส่ถ้วย ตักไก่ต้มขาลงแล้วจึงใส่พริกขี้หนูสวนบุบพอแตก ใส่ผักชีโรยหน้า หากชิมดูแล้วรสชาติยังไม่ดีพอก็เติมกันได้ ไม่ผิดกติกาอันใด
เป็นไก่ต้มข่าที่ไม่ทาให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะไม่มีไขมันอะไรมาก
ไก่ต้มขา สูตรลดน้ำหนัก กินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็เหมาะสมกันดี มีผัดผักรวมมิตรเข้ามาเสริมก็ยิ่งวิเศษจ้า…
October 23rd, 2008 | Posted in สูตรอาหารลดความอ้วน | 1 Comment
สูตรอาหารลดน้ำหนักวันนี้ ขอเสนอ แกงส้มมะรุม จ้า…
ฝักมะรุม บางคนก็อาจจะไม่รู้จัก แต่มะรุมนี้แหละ เป็นผักที่คนเก่าแก่ใช้แกงส้มกันมานมนานแล้ว เดี๋ยวนี้หาย
ไปมาก ไม่ค่อยมีให้กินกัน ไปพบเห็นม็ะรุมที่ไหน น่าจะเอามาแกงส้มกินกัน เพราะไม่ใช่จะไปสรรหามาได้นัก แกงส้ม
มะรุมมนี้มีคุณค่าทางโภชนาการเช่นเดียวกัน เพราะมีผักมีน้ำส้มมะขาม มีเนื้อปลาที่ใส่ในแกงอีกด้วย กินแกงส้มแล้วก็
เกิดความอร่อยไปอีกแบบหนึ่งจริงๆ

แกงส้มมะรุมจะเป็นประการใดโปรดมาพิจารณากันได้ต่อไปนี้
เครื่องปรุง
ปลาช่อนตัวเขื่องหรือปลาทูสด ครึ่ง กก.
ฝักมะรุมขูดเปลือกออกตัดเป็นท่อน 10 ฝัก
พริกขี้หนูแห้ง 15 เม็ด
หัวหอมแดง 5 หัว
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
น้าส้มมะขามเป็ยกคั้นจากมะขาม 5 ฝัก
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปิ๊บ 1 ช้อนชา
วิธีปรุง
จัดการทำปลาให้เป็นท่อน ล้างให้สะอาดก่อน แล้วโขลกเครื่องแกงส้มที่กำหนดเอาไว้ทันที พริกขี้หนูแห้งแช่น้ำ
จนยุ่ยแล้วก็ตำให้แหลกได้ง่าย ตาเครื่องแกงเสร็จแล้วก็ละลายน้ำแกงด้วยน้ำใส่ลงไปในหม้อแกงยกขึ้นตั้งบนเตาไฟ
จนเดือด ใส่ฝักมะรุมที่เตรียมเอาไว้ต้มไปจนสุกจึงใส่น้ำส้มมะขาม กะให้น้ำท่วมอยู่พอประมาณไม่น้อยไม่มาก พอ
เดือดก็เอาปลาที่เตรียมไว้ใส่ปิดฝาหม้อแกงให้เดือดและเนื้อปลาสุกดี จึงเติมน้ำตาลปิ๊บ น้ำปลาดี ชิมดูรสชาติ ไม่พอ
ใจก็เติมได้อีกตามต้องการแกงส้มมะรุมกินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยดี ไม่แพ้แกงส้มผักอื่นๆ เช่นผักบุ้ง มะละกอดิบ กะหลาปลี ดอกกะหล่ำ ผักกระเฉด เหมือนกัน
October 22nd, 2008 | Posted in สูตรอาหารลดความอ้วน | 2 Comments
ทราบหรือไม่ วิธีลดความอ้วนที่ถูกวิธีนั้น ?คุณต้องกิน กินให้ครบทุกมื้อ และครบทั้ง 5 หมู่ ไม่ใช่อดอาหาร แต่ควรทานให้น้อยๆ และอาจจะแบ่งเป็นมื้อย่อยหลายๆ มื้อ ให้มีซัก 5 มื้อ เพื่อที่คุณจะได้ไม่หิว
และสิ่งที่ทานไม่สะสม ที่สำคัญไม่ควรทานอะไรที่หวานๆ มันๆ เช่นพวกขนมเบเกอรี่ทั้งหลาย ทั้งเค้ก คุกกี้ ตัวอ้วนทั้งนั้น ถ้ากินบ่อยๆ จะทำให้อ้วนได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว เพราะความมัน หรือน้ำมันนั้นให้พลังงานสูงกว่าอาหารธรรมดาค่ะ อย่างพวกแป้ง และโปรตีนจะให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่ แต่น้ำมันให้พลังงานสูงถึง 9 กิโลแคลอรี่ทีเดียว แต่คุณควรรับประทานผักผลไม้เนื่องจากอาหารพวกนี้มีกากใยสูงค่ะ ซึ่งกากใยอาหารจะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และยังพองน้ำ ช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มด้วย จึงทำให้คุณอิ่ม และไม่อ้วนค่ะ
เวลารับประทานผลไม้เนี่ยะ ก็ต้องระวังนะคะ เพราะบางคนชอบทานควบคู่กับพริกน้ำตาล หรือเกลือ ซึ่งไม่ดีต่อน้ำหนักของคุณเลย เกลือจะทำให้บวมน้ำ และพริกจะทำให้คุณอยากกินน้ำ การกินของแบบนี้มากๆ ทำให้ร่างกายอาจจะขจัดน้ำออกไม่หมด และอ้วนเพราะบวมน้ำได้ค่ะ ทางที่ดีควรเปลี่ยนมาทานผลไม้เปล่าๆ ดีกว่า ส่วนการทานน้ำผลไม้ก็จะทำให้อ้วนเช่นกันค่ะ เพราะมันไม่มีกากใยเลย วิธีลดความอ้วนที่ดีกว่าคือการกินผลไม้ทั้งลูก ไม่ใช่กินแต่น้ำผลไม้ ซึ่งคุณจะได้แต่น้ำตาล ซึ่งน้ำตาลส่วนใหญ่ที่ทานเข้าไป ก็จะถูกร่ายกายเปลี่ยนเป็นไขมัน และทำให้อ้วนค่ะ
October 21st, 2008 | Posted in วิธีลดความอ้วน | 1 Comment
ข่าวคราวสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันอยู่ในสภาวะที่ร้อนแรง ทำให้คนฟังเครียดแล้วก็อาจจะอ้วนเอาง่ายๆ โดยเฉพาะคนที่
ยิ่งเครียดก็ยิ่งทานเข้าไปเพื่อระบายออก ?วิธีที่ดีกว่าคือไม่เครียดเลยเป็นดีที่สุด แล้วจะทำอย่างไรล่ะ ในเมื่อความเครียดมี
เยอะเหลือเกิน วันนี้เรามีวิธีลดความเครียด จากนิตยสารชีวจิตมาฝากค่ะ
4 เคล็ดลับลดเครียดจากข่าวร้ายๆ
1. งดอ่านหนังสือพิมพ์
คงไม่มีใครปฏิเสธว่าพาดหัวตัวโตบนหน้าหนังสือพิมพ์ ทำให้ใจเราเต้นระทึกอญ่บ่อยๆ และไม่ว่าเราจะมีความรู้สึกไปทาง
ด้านใด ก็ล้วนแต่สร้างความเครียดให้เราอยู่ลึกๆ ทั้งสิ้น การงดอ่านหนังสือพิมพ์เสียบ้างจึงเป็นการช่วยลดปริมาณความคิดเชิง
ลบเข้าฟูจิตใจและอารมณ์ของเราได้
2. ปิดโทรทัศน์เสียบ้าง
การได้ดู ได้ฟัง ภาพและเสียงของเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีความรุนแรงหรือสลดหดหู่ ซึ่งแพร่ภาพทาง
โทรทัศน์นั้น นอกจากจะสร้างความเครียดแล้ว เชื่อไหมคะว่าอาจติดตาติดใจคุณไปนานถึง 5-10 ปี เพราะฉะนั้นควรพิถีพิถัน
ในการเลือกรับชม ส่วนบ้านไหนเคยขินกับการเป็ดโทรทัศนว้นพื่อจะได้ไม่พลาดสถานการณ์ ข่าวสารต่างๆ ก็ลองสังนกตกันดู
สักนิดว่าตัวเราเองและคนข้างๆ เครียดง่ายหรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างที่ว่า ลองปิดโทรทัศน์บ้างนะคะ
3. พูดแต่สิ่งดีๆ
เมื่อดูข่าวแล้ว การวิพากษ์วิจารณ์มักจะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้บางครั้งเหตุการณ์นั้นได้จบลงแล้ว
หรือไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ วันนี้ลองติดตามข่าวด้วยมุมมองใหม คือ พูดแต่สิ่งดีๆ แม้จะเป็นเรื่องร้ายก็ให้คิดว่าเป็น
อุทาหรณ์ นำมาปรับประยุกต์ใช้ ไม่ใฟอารมณ์กับข่าวหรือคนในข่าวให้มากจนเกินไป เมื่อคุยกันพูดกันแต่สิ่งดีๆ ก็จะช่วยลด
องศาความเครียดทั้งของตัวเองและคนที่เราคุยด้วยลงไปได้มากแล้วค่ะ
4. รับข่าวดีทุกวัน
หากต้องเสพข่าวทกๆวัน ขอให้หาข่าวดีๆ ไม่ว่าจะอยู่ในกรอบเล็กกรอบน้อยในหน้าหนังสือพิมพ์ที่นำเสนอ
เรื่องเชิงบวกอ่านด้วย หากดูโทรทัฑน์ก็หลับมาดูรายการสนุกๆบ้างก็ดีค่ะ เพื่อเป็นการลดความเครียด และเติมสิ่งดีๆ เข้าไปใน
อารมณ์และจิตใจทุกๆวัน
ถึงข่างจะเครียด ก็ต้องบริหารอารมณ์และจิตใจตัวเองไม่ให้เครียดตามข่าวนะคะ ยิ่งสำหรับคนที่เครียดแล้วกินเยอะๆด้วย
เดี๋ยวจะอ้วนไม่รู้ตัว แล้วก็ต้องมาเสียสุขภาพ เสียเวลาหาวิธีลดความอ้วนอีก
ข้อมูล : นิตยสารชีวจิต
October 20th, 2008 | Posted in วิธีลดความอ้วน | 1 Comment
ใครว่าคนอ้วนทั้งหลายอารมณ์ดี เห็นทีจะคิดผิด แล้วละค่ะ เพราะบางคนยิ่งอ้วนก็ยิ่ง
ทำให้รู้สึกหงุดหงิด งุนง่าน พานให้อารมณ์เสียง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย
นายแพทย์บรูคฮาเฟน พานาโยทิส (ปีเตอร์) ทานอส นักวิทยาศาสตร์ระบบประสาท และคณะ ทดลองในหนูทดลอง ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ พวกหนูผอมกับหนูอ้วน นำไปถ่ายภาพสแกนสมองเปรียบเทียบกัน ?
อย่างที่ทราบกันว่า มีสารสื่อประสาทชนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ฝ่ายความสุขหรือฝ่ายให้รางวัล สารนี้คือ ?โดปามีน? (dopamlne) ถ้ารอยต่อระหว่างเซลล์ประสาท ซึ่งมีการรับ-ส่งสัญญาณจากเซลล์หนึ่งไปยังอีกเซลล์หนึ่ง มีสารโดปามีนมากพอ และมีตัว
รับสัณญาณโดปามีน (dopamlne receptor) มากพอ คนเราก็มีแนวโน้มจะมีความสุข ตรงกันข้าม ประสาทมีสารนี้ลดลง หรือมีตัวรับสัญญาน้อยลง คนเราอาจจะเกิดอาการซึมเศร้าเหงาหงอย หมดเรี่ยวหมดแรงไปเลยทีเดียว ส่วนผลการศึกษาในหนูทดลองครั้งนี้ พบว่า หนูอ้วนมีตัวรับสัญญาณโดปามีน น้อยกว่าหนูผอม การลดปริมาณอาหาร โดย เฉพาะการลด แคลอรี ทำให้ตัวรับสัญญาณโดปามีนเพิ่มขึ้นได้
การศึกษานี้จึงช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมคนหลายคนที่ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก หรือลดแคลอรีในอาหารลง มีความสุขมากขึ้น หรืออารมณ์ดีขึ้น อาการเหงาๆ เศร้าๆ ลดลง ดังนั้น ขอเชิญชวนคนที่น้ำหนักเกินทั้งหลาย มาลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี
(อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่) เพื่อสร้างความมีชีวิตชีวาและจิตใจทีสดชื่นแจ่มใสให้ตัวเองกันค่ะ
ที่มา : นิตยสารชีวจิต
October 20th, 2008 | Posted in ผลเสียของความอ้วน | 1 Comment