<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิธีลดความอ้วน สูตรอาหารลดความอ้วน สูตรลดน้ำหนัก &#187; โรคอ้วน</title>
	<atom:link href="http://diet.classyinlove.com/index.php/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://diet.classyinlove.com</link>
	<description>สาระดีๆ ในการลดความอ้วนอย่างมีหลักการและปลอดภัย</description>
	<lastBuildDate>Mon, 16 Nov 2009 09:50:40 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>วิธีลดความอ้วนควบคู่กับแก้ปัญหาโลกร้อน</title>
		<link>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1.html</link>
		<comments>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Dec 2008 05:04:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิธีลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวการลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคอ้วน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://diet.classyinlove.com/?p=140</guid>
		<description><![CDATA[มีข่าวดีๆ เกี่ยวกับวิธีลดความอ้วน ที่ช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้อีกด้วย จากคมชัดลึกมาฝากค่ะ มาลองฟังกันดูนะคะ
ผู้เชี่ยวชาญแนะวิธีลดความอ้วน ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาโลกร้อน
วอชิงตัน-ผู้เชี่ยวชาญแนะ เดินไปทำงานช่วยลดความอ้วนไปพร้อมๆ กับการแก้ปัญหาโลกร้อน
สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันจันทร์ (12 พ.ย.) ว่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข และนักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศสหรัฐ ได้แนะนำชาวอเมริกันว่าสามารถลดความอ้วนไปพร้อมๆ กับการคุ้มครองโลกจากภาวะโลกร้อนด้วยการเดิน หรือขี่จักรยานเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงต่อวันแทนการขับรถ
ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้คำนวณว่า ถ้าชาวอเมริกันทุกคนที่มีอายุระหว่าง 10-74 ปีเดินลดความอ้วนกันวันละครึ่งชั่วโมง แทนการขับรถ จะช่วยทำให้อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้โลกร้อนของสหรัฐลดลงถึงปีละ 64 ล้านตัน ทั้งยังช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ราว 6,500 ล้านแกลลอน แถมชาวอเมริกันยังจะลดน้ำหนักได้กว่า 3,000 ล้านปอนด์อีกด้วย
ดร.โฮวาร์ด ฟรัมกิน ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในสังกัดศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) กล่าวว่า ซีดีซีกำลังพิจารณาว่าจะประชาสัมพันธ์ให้คนหันมาทำกิจกรรมที่ช่วยแก้ไขทั้งเรื่องภาวะโลกร้อน และลดความเจ็บไข้อันเนื่องมาจากโรคอ้วนได้ด้วยการออกกำลังกายทุกวัน อาทิ เดินไปโรงเรียนหรือเดินไปทำงาน
นอกจากนี้ ดร.ฟรัมกินรวมถึงผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ยังกล่าวด้วยว่า สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้สุขภาพของประชาชนย่ำแย่ลงไปด้วย โดยองค์การอนามัยโลกประเมินว่า เมื่อปี 2543 มีคนเสียชีวิตจากไข้มาลาเรีย ท้องร่วง ขาดสารอาหาร และน้ำท่วม 1.6 แสนคน ซึ่งปัญหาเหล่านี้เลวร้ายลงอันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน ทั้งยังคาดการณ์ด้วยว่าตัวเลขนี้จะสูงขึ้นในอนาคต
ว้าวๆๆ รู้อย่างนี้แล้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong></strong><img class="alignleft" style="margin: 15px; border: 0px none #000000;" title="ลดความอ้วนช่วยโลกร้อน" src="http://static.sanook.com/classified/category/2008/03/09/1/b/3711731_2.gif" alt="" width="180" height="180" /><strong>มีข่าวดีๆ เกี่ยวกับวิธีลดความอ้วน ที่ช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้อีกด้วย จากคมชัดลึกมาฝากค่ะ มาลองฟังกันดูนะคะ</strong></p>
<p>ผู้เชี่ยวชาญแนะวิธีลดความอ้วน ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาโลกร้อน</p>
<p>วอชิงตัน-ผู้เชี่ยวชาญแนะ เดินไปทำงานช่วยลดความอ้วนไปพร้อมๆ กับการแก้ปัญหาโลกร้อน</p>
<p>สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันจันทร์ (12 พ.ย.) ว่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข และนักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศสหรัฐ ได้แนะนำชาวอเมริกันว่าสามารถลดความอ้วนไปพร้อมๆ กับการคุ้มครองโลกจากภาวะโลกร้อนด้วยการเดิน หรือขี่จักรยานเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงต่อวันแทนการขับรถ</p>
<p>ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้คำนวณว่า ถ้าชาวอเมริกันทุกคนที่มีอายุระหว่าง 10-74 ปีเดินลดความอ้วนกันวันละครึ่งชั่วโมง แทนการขับรถ จะช่วยทำให้อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้โลกร้อนของสหรัฐลดลงถึงปีละ 64 ล้านตัน ทั้งยังช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ราว 6,500 ล้านแกลลอน แถมชาวอเมริกันยังจะลดน้ำหนักได้กว่า 3,000 ล้านปอนด์อีกด้วย</p>
<p>ดร.โฮวาร์ด ฟรัมกิน ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในสังกัดศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) กล่าวว่า ซีดีซีกำลังพิจารณาว่าจะประชาสัมพันธ์ให้คนหันมาทำกิจกรรมที่ช่วยแก้ไขทั้งเรื่องภาวะโลกร้อน และลดความเจ็บไข้อันเนื่องมาจากโรคอ้วนได้ด้วยการออกกำลังกายทุกวัน อาทิ เดินไปโรงเรียนหรือเดินไปทำงาน</p>
<p>นอกจากนี้ ดร.ฟรัมกินรวมถึงผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ยังกล่าวด้วยว่า สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้สุขภาพของประชาชนย่ำแย่ลงไปด้วย โดยองค์การอนามัยโลกประเมินว่า เมื่อปี 2543 มีคนเสียชีวิตจากไข้มาลาเรีย ท้องร่วง ขาดสารอาหาร และน้ำท่วม 1.6 แสนคน ซึ่งปัญหาเหล่านี้เลวร้ายลงอันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน ทั้งยังคาดการณ์ด้วยว่าตัวเลขนี้จะสูงขึ้นในอนาคต</p>
<p><strong>ว้าวๆๆ รู้อย่างนี้แล้ว สาวๆ คงต้องรีบลดความอ้วน ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถทั้งลดความอ้วน และช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนแล้วล่ะค่ะ ได้ประโยชน์หลายต่อทีเดียวนะเนี่ยะ ทั้งต่อตัวเองและส่วนรวม&#8230;</strong><br />
ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผอมช่วยอารมณ์ดี</title>
		<link>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%9c%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%b5.html</link>
		<comments>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%9c%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%b5.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Oct 2008 10:53:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผลเสียของความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อดีของการลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[โรคอ้วน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://diet.classyinlove.com/?p=50</guid>
		<description><![CDATA[ใครว่าคนอ้วนทั้งหลายอารมณ์ดี เห็นทีจะคิดผิด แล้วละค่ะ เพราะบางคนยิ่งอ้วนก็ยิ่ง
ทำให้รู้สึกหงุดหงิด งุนง่าน พานให้อารมณ์เสียง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย
นายแพทย์บรูคฮาเฟน พานาโยทิส (ปีเตอร์) ทานอส นักวิทยาศาสตร์ระบบประสาท และคณะ ทดลองในหนูทดลอง ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ พวกหนูผอมกับหนูอ้วน นำไปถ่ายภาพสแกนสมองเปรียบเทียบกัน ?
อย่างที่ทราบกันว่า มีสารสื่อประสาทชนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ฝ่ายความสุขหรือฝ่ายให้รางวัล  สารนี้คือ ?โดปามีน? (dopamlne) ถ้ารอยต่อระหว่างเซลล์ประสาท ซึ่งมีการรับ-ส่งสัญญาณจากเซลล์หนึ่งไปยังอีกเซลล์หนึ่ง มีสารโดปามีนมากพอ และมีตัว
รับสัณญาณโดปามีน (dopamlne receptor) มากพอ คนเราก็มีแนวโน้มจะมีความสุข  ตรงกันข้าม  ประสาทมีสารนี้ลดลง หรือมีตัวรับสัญญาน้อยลง คนเราอาจจะเกิดอาการซึมเศร้าเหงาหงอย หมดเรี่ยวหมดแรงไปเลยทีเดียว  ส่วนผลการศึกษาในหนูทดลองครั้งนี้  พบว่า หนูอ้วนมีตัวรับสัญญาณโดปามีน น้อยกว่าหนูผอม การลดปริมาณอาหาร โดย เฉพาะการลด แคลอรี ทำให้ตัวรับสัญญาณโดปามีนเพิ่มขึ้นได้
การศึกษานี้จึงช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมคนหลายคนที่ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก หรือลดแคลอรีในอาหารลง มีความสุขมากขึ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ใครว่าคนอ้วนทั้งหลายอารมณ์ดี เห็นทีจะคิดผิด แล้วละค่ะ เพราะบางคนยิ่งอ้วนก็ยิ่ง<br />
ทำให้รู้สึกหงุดหงิด งุนง่าน พานให้อารมณ์เสียง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย<br />
นายแพทย์บรูคฮาเฟน พานาโยทิส (ปีเตอร์) ทานอส นักวิทยาศาสตร์ระบบประสาท และคณะ ทดลองในหนูทดลอง ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ พวกหนูผอมกับหนูอ้วน นำไปถ่ายภาพสแกนสมองเปรียบเทียบกัน ?<a href="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/e0b8abe0b899e0b8b9.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-51" title="หนูผอม หนูอ้วน" src="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/e0b8abe0b899e0b8b9.jpg" alt="" width="275" height="213" /></a><br />
อย่างที่ทราบกันว่า มีสารสื่อประสาทชนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ฝ่ายความสุขหรือฝ่ายให้รางวัล  สารนี้คือ ?โดปามีน? (dopamlne) ถ้ารอยต่อระหว่างเซลล์ประสาท ซึ่งมีการรับ-ส่งสัญญาณจากเซลล์หนึ่งไปยังอีกเซลล์หนึ่ง มีสารโดปามีนมากพอ และมีตัว<br />
รับสัณญาณโดปามีน (dopamlne receptor) มากพอ คนเราก็มีแนวโน้มจะมีความสุข  ตรงกันข้าม  ประสาทมีสารนี้ลดลง หรือมีตัวรับสัญญาน้อยลง คนเราอาจจะเกิดอาการซึมเศร้าเหงาหงอย หมดเรี่ยวหมดแรงไปเลยทีเดียว  ส่วนผลการศึกษาในหนูทดลองครั้งนี้  พบว่า หนูอ้วนมีตัวรับสัญญาณโดปามีน น้อยกว่าหนูผอม การลดปริมาณอาหาร โดย เฉพาะการลด แคลอรี ทำให้ตัวรับสัญญาณโดปามีนเพิ่มขึ้นได้<br />
การศึกษานี้จึงช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมคนหลายคนที่ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก หรือลดแคลอรีในอาหารลง มีความสุขมากขึ้น หรืออารมณ์ดีขึ้น อาการเหงาๆ เศร้าๆ ลดลง  ดังนั้น ขอเชิญชวนคนที่น้ำหนักเกินทั้งหลาย มาลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี<br />
(อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่) เพื่อสร้างความมีชีวิตชีวาและจิตใจทีสดชื่นแจ่มใสให้ตัวเองกันค่ะ</p>
<p>ที่มา : นิตยสารชีวจิต</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%9c%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%b5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อ้วนลงพุงทำสมองเสื่อม</title>
		<link>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1.html</link>
		<comments>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Oct 2008 02:09:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผลเสียของความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรอาหารลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรอาหารลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[โรคอ้วน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://diet.classyinlove.com/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[เป็นที่ทราบกันดีว่าความอ้วนเป็นบ่อเกิดของสารพัดโรคร้ายในระยะยาว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น
แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า คนอ้วนลงพุงยังมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ
คณะนักวิจัยของบริษัท Kaise Permanente ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร ผู้ให้บริการดูแลสุขภาพ ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา เปิดเผยผลวิจัยในวารสาร Neurology ของสหรัฐอเมริกา โดยศึกษากลุ่มตัวอย่างที่ มี อายุระหว่าง 40-45 ปี จำนวน 61583 คน พบว่า ผู้มีรอบเอวใหญ่ ในวัย 40 ปีขึ้นไปมีความเพียงเป็นโรคสมองเสื่อม (dementia) เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ มากขึ้นถึง 3 เท่าตัว

นักวิจัยได้ศึกษาและติดตามกลุ่มตัวอย่างข้างต้น เป็นเวลานานจนถึงวัย 70 ปี เพื่อดูความเจ็บป่วยเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ซึ่งผลที่ได้พบว่า ความอ้วนมีส่วนสัมพันธ์กับโรคสมองเสื่อม ดังต่อไปนี้
ประการแรก คือ ร้อยละ 20 ของผู้ที่มีขนาดเอวใหญ่ที่สุดมีความเสี่ยงเป็นโรค
สมองเสื่อมเมื่อเข้าสูู่วัยสูงอายุ ได้สูงกว่าคนที่มีขนาดเอวเล็กที่สุด ถึงร้อยละ 270
ถ้านำดัชนีมวลกาย หรือ BMI (Body Mass lndex) มาคำนวณด้วย (โดยเอาน้ำหนัก
ตัวหน่วยเป็นกิโลกรัม หารด้วยความสูงหน่วยเป็นเมตรยกกำลังสอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นที่ทราบกันดีว่าความอ้วนเป็นบ่อเกิดของสารพัดโรคร้ายในระยะยาว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น<br />
แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า คนอ้วนลงพุงยังมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ<br />
คณะนักวิจัยของบริษัท Kaise Permanente ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร ผู้ให้บริการดูแลสุขภาพ ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา เปิดเผยผลวิจัยในวารสาร Neurology ของสหรัฐอเมริกา โดยศึกษากลุ่มตัวอย่างที่ มี อายุระหว่าง 40-45 ปี จำนวน 61583 คน พบว่า ผู้มีรอบเอวใหญ่ ในวัย 40 ปีขึ้นไปมีความเพียงเป็นโรคสมองเสื่อม (dementia) เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ มากขึ้นถึง 3 เท่าตัว<br />
<a href="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/e0b8ade0b989e0b8a7e0b899e0b8a5e0b887e0b89ee0b8b8e0b887.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-25" title="อ้วนลงพุง" src="http://diet.classyinlove.com/wp-content/uploads/2008/10/e0b8ade0b989e0b8a7e0b899e0b8a5e0b887e0b89ee0b8b8e0b887-238x300.jpg" alt="" width="238" height="300" /></a><br />
นักวิจัยได้ศึกษาและติดตามกลุ่มตัวอย่างข้างต้น เป็นเวลานานจนถึงวัย 70 ปี เพื่อดูความเจ็บป่วยเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ซึ่งผลที่ได้พบว่า ความอ้วนมีส่วนสัมพันธ์กับโรคสมองเสื่อม ดังต่อไปนี้<br />
<strong>ประการแรก</strong> คือ ร้อยละ 20 ของผู้ที่มีขนาดเอวใหญ่ที่สุดมีความเสี่ยงเป็นโรค<br />
สมองเสื่อมเมื่อเข้าสูู่วัยสูงอายุ ได้สูงกว่าคนที่มีขนาดเอวเล็กที่สุด ถึงร้อยละ 270<br />
ถ้านำดัชนีมวลกาย หรือ BMI (Body Mass lndex) มาคำนวณด้วย (โดยเอาน้ำหนัก<br />
ตัวหน่วยเป็นกิโลกรัม หารด้วยความสูงหน่วยเป็นเมตรยกกำลังสอง ค่าบีเอ็มไอตั้งแต่<br />
18.5-25 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หากค่าบีเอ็มไอ 25-30 ถือว่าน้ำหนักเกินมาตรฐาน<br />
และถ้าเกิน 30 ถือว่าเป็นโรคอ้วน) จะพบความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามดัชนีมวลกาย คือ<br />
ยิ่งอ้วนมาก ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมจะยิ่งเพิ่มขึ้นไปด้วย<br />
<strong></strong></p>
<p><strong>ประการต่อมา </strong>คือ คนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน หรือผู้ที่เข้าข่ายอ้วน แต่มีขนาด<br />
เอวเล็ก มีความเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมเมื่อเข้าวัยสูงอายุเพิ่มถึงร้อยละ 80<br />
และเมื่อนำปัจจัยทั้ง 2 อย่างมารวมกันจะทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มมากที่สุด โดยคนที่<br />
เข้าข่ายอ้วนและเอวใหญ่ จะมีความเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุพุ่ง<br />
สูงถึงร้อยละ 360 เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่มีขนาดเอวเล็กและมีน้ำหนักตัวปกติ</p>
<p><strong>อย่ารอช้าค่</strong>ะ ถ้าจะแก้โรคอ้วนต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ด้วยการงดอาหารไขมันสูง<br />
แล้วมารับประทานอาหารชั่วจิตสูตร 2 (ข้าวหรือแจ้งไม่ขัดขาว 30% ผักต่างๆ 35% ถั่ว<br />
ต่างๆ และปลา 25% เบ็ดเตล็ด 10%) แล้วออกกำลังกายเป็นประจำ<br />
รับรองว่าทั้งโรคอ้วนและโรคสมองเสื่อมจะไม่ถามหาค่ะ</p>
<p>ข้อมูล : นิตยสารชีวจิต (อ้างอิงจาก www.bbc.co.uk อีกที)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://diet.classyinlove.com/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
